|
การศึกษาองค์ประกอบของป้ายนำทางที่สัมพันธ์กับการรับรู้ทิศทางของผู้สูงอายุในโรงพยาบาล: กรณีศึกษาโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การศึกษาองค์ประกอบของป้ายนำทางที่สัมพันธ์กับการรับรู้ทิศทางของผู้สูงอายุในโรงพยาบาล: กรณีศึกษาโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ |
| Creator | วิรัลญา เทพจันทร์ |
| Contributor | ชุมเขต แสวงเจริญ, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2568 |
| Keyword | การค้นหาเส้นทาง, ป้าย, ป้ายนำทาง, ผู้สูงอายุ, การรับรู้ทิศทาง, Wayfinding, Signage, Signage system, Elderly users, Spatial orientation perception |
| Abstract | ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้มีผู้สูงอายุเข้าใช้บริการในสถานพยาบาลเป็นจำนวนมาก ทว่าโครงสร้างกายภาพและระบบนำทางของโรงพยาบาลรัฐส่วนใหญ่มักมีความซับซ้อน ประกอบกับผู้สูงอายุมีข้อจำกัดด้านความเสื่อมถอยทางร่างกาย สายตา และกระบวนการรับรู้พุทธิปัญญา ปัญหาป้ายนำทางที่ไม่ชัดเจน ขนาดตัวอักษรเล็กเกินไป หรือข้อมูลล้นเกินความจำเป็น จึงกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ผู้สูงอายุเกิดความหลงทิศทาง เกิดภาวะความเครียด และต้องพึ่งพาการสอบถามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตลอดเวลา การวิจัยครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สำรวจและจำแนกองค์ประกอบของป้ายนำทางภายในพื้นที่ศึกษาตามตัวแปรด้านสี รูปแบบตัวอักษร ขนาดตัวอักษร จำนวนข้อมูลบนป้าย และตำแหน่งการติดตั้ง และ 2) เพื่อศึกษาการรับรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์ของผู้สูงอายุต่อป้ายนำทางในพื้นที่ศึกษา โดยขอบเขตการวิจัยจำกัดเฉพาะพื้นที่ชั้น 1 จากจุดคัดกรองต่อเนื่องไปยังอาคารดุลโสภาคย์ (แผนกผู้ป่วยนอกอายุรกรรม 1) โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ระเบียบวิธีวิจัยใช้รูปแบบการวิจัยเชิงคุณภาพแบบกรณีศึกษาที่มีการประเมินเชิงพรรณนาประกอบ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 4 ชุด ได้แก่ การวิเคราะห์ผังอาคารเพื่อระบุจุดตัดสินใจ การสำรวจองค์ประกอบป้ายนำทาง การสังเกตพฤติกรรมการนำทางแบบไม่มีส่วนร่วม ณ จุดตัดสินใจสำคัญ และการสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างบุคลากรผู้ให้บริการ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้การวิเคราะห์ร่วมเชิงพื้นที่ด้วยวิธีตรวจสอบสามเส้าเพื่อหาความเชื่อมโยงระหว่างกายภาพของป้ายและพฤติกรรมของผู้สูงอายุ ผลการวิจัยจากป้ายนำทางทั้งหมด 19 ป้าย ตลอดเส้นทางศึกษา พบว่าไม่มีป้ายใดผ่านเกณฑ์มาตรวัดครบทั้ง 5 มิติ โดยป้ายกระจุกตัวหนาแน่นที่สุดในโซนคัดกรองถึงร้อยละ 63 แต่มีป้ายบอกทางเพียง 1 ป้าย ขณะที่จุดตัดสินใจที่มีความเสี่ยงสูงสุดในเส้นทาง (จุดประชาสัมพันธ์) และโซนปลายทางกลับไม่มีป้ายบอกทางรองรับเลย มิติที่พบปัญหารุนแรงที่สุดคือรูปแบบตัวอักษร เนื่องจากโรงพยาบาลใช้ฟอนต์ภาษาไทยแบบไม่มีหัวเป็นมาตรฐานองค์กรในทุกป้าย ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการอ่านของผู้สูงอายุ ขณะที่มิติด้านสีอยู่ในเกณฑ์คู่สีตรงข้ามที่ยอมรับได้จึงเป็นปัญหาน้อยที่สุด ผลการสังเกตพฤติกรรม 119 เหตุการณ์ พบว่าผู้สูงอายุเลือกถามเจ้าหน้าที่มากถึงร้อยละ 52 ขณะที่พฤติกรรมมองหาป้ายมีสัดส่วนเพียงร้อยละ 15 และไม่พบเลยตลอดโซนทางเดินยาว สอดคล้องกับผลการสัมภาษณ์บุคลากรที่ยืนยันว่าผู้สูงอายุมีพฤติกรรมถามก่อนอ่านเป็นประจำ สะท้อนให้เห็นว่ากลไกสำคัญที่สุดที่ทำให้ระบบนำทางในปัจจุบันทำงานได้จริงคือบุคลากรและอาสาสมัคร ไม่ใช่ระบบป้าย ผลการศึกษานำไปสู่ข้อเสนอแนะเชิงออกแบบ โดยให้ความสำคัญลำดับแรกกับการปรับปรุงรูปแบบตัวอักษรเป็นฟอนต์ไทยแบบมีหัว ขนาดตัวอักษรหลักไม่น้อยกว่า 4 เซนติเมตร ตำแหน่งติดตั้งป้ายแขวนเพดานที่ 210 เซนติเมตร ควบคู่กับการจัดวางป้ายให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการเดินจริงของผู้ใช้บริการ และการจัดทำคู่มือมาตรฐานระบบป้าย (Design Guideline) ร่วมกับการรักษากลไกบุคลากรไว้เป็นระบบเสริม เพื่อลดการพึ่งพาบุคคลที่สามในระยะยาว |