|
การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อบ้านเดี่ยวในยุควิถีชีวิตใหม่ภายใต้รูปแบบการทำงานแบบผสมผสาน: กรณีศึกษาเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อบ้านเดี่ยวในยุควิถีชีวิตใหม่ภายใต้รูปแบบการทำงานแบบผสมผสาน: กรณีศึกษาเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล |
| Creator | อิศวะ มีแสง |
| Contributor | กองกูณฑ์ โตชัยวัฒน์, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2568 |
| Keyword | การตัดสินใจซื้อบ้านเดี่ยว, ส่วนประสมทางการตลาด, วิถีชีวิตใหม่, การทำงานแบบผสมผสาน, Decision to purchase a single-detached house, Marketing mix, New normal, Hybrid work |
| Abstract | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยด้านประชากรศาสตร์ พฤติกรรมในบริบทการทำงานแบบผสมผสาน (hybrid work) และระดับความสำคัญของส่วนประสมทางการตลาดบริการ (7Ps) ที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อบ้านเดี่ยวในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล การศึกษาเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามออนไลน์จากกลุ่มตัวอย่างวัยทำงานที่มีรูปแบบการทำงานแบบผสมผสานและมีความสนใจตัดสินใจซื้อบ้านเดี่ยว จำนวน 400 คน โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบโควตา (Quota Sampling) ตามเขตพื้นที่ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ สถิติเชิงพรรณนา ประกอบด้วย ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เพื่ออธิบายลักษณะทั่วไป และสถิติเชิงอนุมานประกอบด้วยสถิติทดสอบค่าที (Independent Samples t-test) และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-Way ANOVA) เพื่อทดสอบสมมติฐานผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีช่วงอายุ 31-40 ปี มีสถานภาพสมรส สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ประกอบอาชีพพนักงานเอกชน มีรายได้รวมครัวเรือนต่อเดือน 50,000–79,999 บาท และมีลักษณะการทำงานหลักแบบผสมผสาน hybrid work โดยทำงานจากที่บ้าน 3 วันต่อสัปดาห์ สำหรับระดับความสำคัญของปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดในการตัดสินใจซื้อบ้านเดี่ยว พบว่ากลุ่มตัวอย่างให้ความสำคัญด้านผลิตภัณฑ์ (Product) อยู่ในภาพรวมระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย 4.43) โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับการติดตั้งระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่มีความเสถียรและการออกแบบพื้นที่ทำงานที่เงียบสงบ มีแสงสว่างเพียงพอ รองลงมาคือด้านหลักฐานทางกายภาพ (ค่าเฉลี่ย 4.01) ด้านกระบวนการ (ค่าเฉลี่ย 4.00) ด้านราคา (ค่าเฉลี่ย 3.70) ด้านบุคลากร (ค่าเฉลี่ย 3.68) ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย (ค่าเฉลี่ย 3.24) และด้านการส่งเสริมการตลาด (ค่าเฉลี่ย 3.08) ตามลำดับผลการทดสอบสมมติฐานพบว่าปัจจัยด้านประชากรศาสตร์ที่แตกต่างกัน และปัจจัยด้านพฤติกรรมในบริบทการทำงานแบบผสมผสานส่วนใหญ่ เช่น รูปแบบการทำงาน จำนวนวันทำงานจากที่บ้าน และความต้องการพื้นที่ทำงาน ส่งผลต่อระดับความสำคัญของส่วนประสมทางการตลาด 7Ps ไม่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตามผลการวิเคราะห์พบว่ากลุ่มตัวอย่างที่มีรูปแบบการเดินทางไปที่ทำงาน แตกต่างกัน ส่งผลต่อการให้ความสำคัญกับส่วนประสมทางการตลาดในการตัดสินใจซื้อบ้านเดี่ยวแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05ข้อค้นพบจากงานวิจัยนี้สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการบ้านที่ตอบโจทย์การทำงานจากที่บ้านได้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ (New Normal) ของผู้บริโภคทุกกลุ่ม โดยมีเพียงรูปแบบการเดินทางเท่านั้นที่เป็นเงื่อนไขในการตัดสินใจแตกต่างกัน จากข้อมูลดังกล่าวจึงเป็นแนวทางสำคัญสำหรับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ในการวางแผนกลยุทธ์พัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product) โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และการเลือกทำเลที่ตั้งให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุค hybrid work อย่างแท้จริง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และลดความเสี่ยงจากการพัฒนาโครงการที่ไม่ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดในปัจจุบัน |