การวิเคราะห์กำลังรับแรงแบกทานของปัญหาฐานรากตะแกรงด้วยการประยุกต์ใช้แบบจำลองของ Bolton
รหัสดีโอไอ
Title การวิเคราะห์กำลังรับแรงแบกทานของปัญหาฐานรากตะแกรงด้วยการประยุกต์ใช้แบบจำลองของ Bolton
Creator สหรัฐ แก้วกนก
Contributor สุรภาพ แก้วสวัสดิ์วงศ์, ที่ปรึกษา
Publisher มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Publication Year 2568
Keyword แบบจำลอง Bolton, ฐานรากตะแกรง, ดินทรายแน่น, กำลังรับแรงแบกทาน, วิธีไฟไนต์เอลิเมนต์แบบขีดจำกัด, xDeepFM, Beluga whale optimization, Bolton model, Grillage foundation, Dense sand, Bearing capacity, Finite element limit analysis
Abstract วิทยานิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากำลังรับแรงแบกทานและกลไกการวิบัติของฐานรากตะแกรงในชั้นดินทรายแน่น โดยใช้การวิเคราะห์เชิงตัวเลขด้วยวิธีไฟไนต์เอลิเมนต์แบบขีดจำกัดร่วมกับแบบจำลองพฤติกรรมดินทรายแน่นของ Bolton การศึกษาครอบคลุมกรณีฐานรากตะแกรงวางบนผิวดินที่อัตราส่วนระดับตำแหน่งของฐานรากต่อความหนาของชิ้นตะแกรงเท่ากับ 0 และกรณีฐานรากตะแกรงอยู่ใต้ชั้นดินทรายแน่นที่อัตราส่วนระดับตำแหน่งของฐานรากต่อความหนาของชิ้นตะแกรงเท่ากับ 3 และ 5 โดยพิจารณาผลของพารามิเตอร์หลัก ได้แก่ ความแข็งของเม็ดดิน มุมเสียดทานที่สภาวะวิกฤติของดิน หน่วยน้ำหนักของดิน อัตราส่วนระยะห่างต่อความหนาของชิ้นตะแกรง จำนวนชิ้นตะแกรง และความกว้างรวมของฐานราก ผลลัพธ์จากการวิเคราะห์เชิงตัวเลขถูกนำเสนอในรูปตัวประกอบกำลังรับแรงแบกทานแบบไร้มิติ ได้แก่ Ng สำหรับกรณีฐานรากบนผิวดิน และ Nq สำหรับกรณีฐานรากใต้ชั้นดินทรายแน่นการตรวจสอบความถูกต้องของแบบจำลองเชิงตัวเลขดำเนินการโดยเปรียบเทียบผลการวิเคราะห์กับข้อมูลอ้างอิงของฐานรากตะแกรงในทราย และปรับเทียบค่าพารามิเตอร์เชิงประจักษ์ในแบบจำลอง Bolton ผลการตรวจสอบพบว่าค่าพารามิเตอร์ b เท่ากับ 1 ให้ผลสอดคล้องกับข้อมูลอ้างอิงดีที่สุด โดยมีค่าสัมประสิทธิ์การตัดสินใจเท่ากับ 0.990 ค่าความคลาดเคลื่อนสัมบูรณ์เฉลี่ยเท่ากับ 7.123 และค่ารากที่สองของความคลาดเคลื่อนกำลังสองเฉลี่ยเท่ากับ 10.148 แสดงให้เห็นว่าแบบจำลองเชิงตัวเลขที่พัฒนาขึ้นมีความน่าเชื่อถือเพียงพอสำหรับใช้วิเคราะห์พฤติกรรมกำลังรับแรงแบกทานของฐานรากตะแกรงในดินทรายแน่น ผลการวิเคราะห์พบว่า ฐานรากตะแกรงมีพฤติกรรมการรับแรงที่ขึ้นกับผลร่วมระหว่างคุณสมบัติของดินและเรขาคณิตของฐานรากอย่างชัดเจน สำหรับกรณีฐานรากวางบนผิวดิน ค่า Ng มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเมื่อมุมเสียดทานที่สภาวะวิกฤติ ความแข็งของเม็ดดิน และหน่วยน้ำหนักของดินเพิ่มขึ้น ขณะที่การเพิ่มอัตราส่วนระยะห่างต่อความหนาของชิ้นตะแกรงและจำนวนชิ้นตะแกรงทำให้ค่า Ng ลดลงในเชิงสัมพัทธ์ เนื่องจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างเขตความเค้นและเขตวิบัติของชิ้นตะแกรงลดลง เมื่อพิจารณากรณีฐานรากใต้ชั้นดินทรายแน่น พบว่าการเพิ่มระดับความลึกของฐานรากทำให้เขตการวิบัติของดินพัฒนาได้กว้างและต่อเนื่องมากขึ้น โดยเฉพาะกรณีอัตราส่วนระดับตำแหน่งของฐานรากต่อความหนาของชิ้นตะแกรงเท่ากับ 5 อย่างไรก็ตาม เมื่อแสดงผลในรูปตัวประกอบ Nq ค่า Nq ของกรณีอัตราส่วนดังกล่าวเท่ากับ 3 มีค่าสูงกว่ากรณีเท่ากับ 5 ภายใต้นิยามไร้มิติที่ใช้ในการศึกษานี้ นอกจากนี้ วิทยานิพนธ์ได้พัฒนาแบบจำลอง xDeepFM ที่ปรับค่าไฮเปอร์พารามิเตอร์ด้วยอัลกอริทึม Beluga Whale Optimization เพื่อพยากรณ์ค่าตัวประกอบกำลังรับแรงแบกทานของฐานรากตะแกรง โดยแบบจำลอง Ng ใช้ข้อมูล 243 ชุด และให้ค่า R² = 0.9995, RMSE = 0.0084, MAE = 0.0062 และ MAPE = 1.61% ส่วนแบบจำลอง Nq ใช้ข้อมูล 486 ชุด และให้ค่า R² = 0.9999, RMSE = 1.2204, MAE = 0.8784 และ MAPE = 0.3859% ผลลัพธ์แสดงว่าแบบจำลอง xDeepFM-BWO สามารถเรียนรู้ความสัมพันธ์ไม่เชิงเส้นของพารามิเตอร์ได้อย่างแม่นยำ และเหมาะสำหรับใช้ช่วยพยากรณ์ในงานออกแบบเบื้องต้นของฐานรากตะแกรงในดินทรายแน่น
Thammasat University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ