|
การวิเคราะห์เชิงบูรณาการด้านเศรษฐศาสตร์ สิ่งแวดล้อม และความคิดเห็นผู้เชี่ยวชาญเพื่อพัฒนาแนวทางการก่อสร้างอาคารที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืน |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การวิเคราะห์เชิงบูรณาการด้านเศรษฐศาสตร์ สิ่งแวดล้อม และความคิดเห็นผู้เชี่ยวชาญเพื่อพัฒนาแนวทางการก่อสร้างอาคารที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืน |
| Creator | วันฟาฎิล วันฮุสเซนต์ |
| Contributor | วริษฐ์ วิปุลานุสาสน์, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2568 |
| Keyword | คาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์, ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา, อาคารสีเขียว, การประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์, การก่อสร้างอย่างยั่งยืน, การสัมภาษณ์เชิงลึก, Carbon footprint of products (CFP), Solar PV rooftop, Green building, Economic feasibility assessment, Sustainable construction, In-depth interviews |
| Abstract | วิทยานิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์เชิงบูรณาการด้านเศรษฐศาสตร์ สิ่งแวดล้อม และความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ เพื่อพัฒนาแนวทางการก่อสร้างบ้านพักอาศัยอย่างยั่งยืนในบริบทของประเทศไทย โดยใช้กรณีศึกษาบ้านพักอาศัยขนาด 300 ตารางเมตร การศึกษาครอบคลุมการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Products: CFP) ในกลุ่มวัสดุก่อสร้างหลัก ภายใต้ขอบเขตตั้งแต่การได้มาของวัตถุดิบจนสิ้นสุดกระบวนการผลิต (Cradle-to-Gate) ควบคู่กับการวิเคราะห์ความคุ้มค่าทางการเงิน การประเมินตามเกณฑ์มาตรฐานอาคารเขียวไทย (TREES-Home) และการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ 5 กลุ่มวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง ผลการศึกษาพบว่า การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างคาร์บอนต่ำสามารถลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์รวมของอาคารลงได้ร้อยละ 10.8 จาก 114,564.65 kgCO₂e เป็น 102,171.77 kgCO₂e โดยมีต้นทุนค่าวัสดุเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.2 จาก 1,806,457.33 บาท เป็น 1,918,851.22 บาท ในด้านเศรษฐศาสตร์พบว่า การลงทุนติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 5.5 kWp มีความคุ้มค่าสูง โดยมีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) เท่ากับ 242,837.17 บาท อัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) ร้อยละ 18 และระยะเวลาคืนทุน 6 ปี 3 เดือน ขณะที่โครงการบ้านพักอาศัยที่ใช้วัสดุก่อสร้างคาร์บอนต่ำเพื่อการปล่อยเช่าระยะยาวให้มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) เท่ากับ 256,456 บาท อัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) ร้อยละ 5.45 อัตราส่วนผลประโยชน์ต่อต้นทุน (BCR) เท่ากับ 1.05 และระยะเวลาคืนทุน 13 ปี 7 เดือน สำหรับการประเมินตามมาตรฐานอาคารเขียว พบว่าบ้านกรณีศึกษามีคะแนนรวม 57 คะแนน โดยแบ่งเป็นหมวด Pre-Home 46 คะแนน และหมวด Home 11 คะแนน ซึ่งอยู่ในระดับเทียบเท่า Gold ของมาตรฐาน TREES-Home ในเชิงคุณภาพ ผลการสัมภาษณ์เชิงลึกสะท้อนว่าความสำเร็จในการพัฒนาอาคารยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการตั้งแต่การออกแบบเชิงรับ การเลือกใช้วัสดุที่มีคาร์บอนฟุตพริ้นท์ต่ำ และการสนับสนุนเชิงนโยบายจากภาครัฐ เช่น มาตรการทางภาษี เพื่อลดอุปสรรคด้านต้นทุนและเพื่อเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว |