การเพิ่มประสิทธิภาพสมบัติทางอิเล็กโตรโครมิคของฟิล์มรูพรุนนาโนทังสเตนไตรออกไซด์ที่เตรียมด้วยการแอโนไดเซชันสำหรับอุปกรณ์อิเล็กโตรโครมิค
รหัสดีโอไอ
Title การเพิ่มประสิทธิภาพสมบัติทางอิเล็กโตรโครมิคของฟิล์มรูพรุนนาโนทังสเตนไตรออกไซด์ที่เตรียมด้วยการแอโนไดเซชันสำหรับอุปกรณ์อิเล็กโตรโครมิค
Creator วัชราภรณ์ ทองจุล
Contributor กมล เอี่ยมพนากิจ, ที่ปรึกษา
Publisher มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Publication Year 2568
Keyword ฟิล์มทังสเตนออกไซด์, สมบัติอิเล็กโตรโครมิค, แอโนไดเซชัน, การเจือไทเทเนียม, สารละลายอิเล็กโตรไลต์, อุปกรณ์อิเล็กโตรโครมิค, Tungsten oxide films, Electrochromic properties, Anodization, Titanium doping, Electrolyte solution, Electrochromic device
Abstract งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อสมบัติอิเล็กโตรโครมิคของฟิล์มทังสเตนออกไซด์ (WO3) สำหรับการประยุกต์ใช้ในอุปกรณ์อิเล็กโตรโครมิค โดยมุ่งเน้นการวิเคราะห์อิทธิพลของปัจจัยสำคัญ ได้แก่ เวลาและอุณหภูมิในการอบของฟิล์มก่อนและหลังการแอโนไดเซชัน ชนิดและความเข้มข้นของสารละลายอิเล็กโตรไลท์ รวมถึงผลของการเจือไทเทเนียม (Ti) ในฟิล์มทังสเตน (W) โดยฟิล์มทังสเตน–ไทเทเนียม (WTi) ถูกเตรียมบนกระจกนำไฟฟ้า FTO ด้วยเทคนิค ดีซี แมกนีตรอน สปัตเตอริง จากนั้นนำฟิล์มไปผ่านกระบวนการแอโนไดเซชันในสารละลาย NH4F ที่แรงดันไฟฟ้า 10 V เพื่อสร้างชั้นออกไซด์ และนำไปอบที่อุณหภูมิ 450–550 °C เพื่อปรับปรุงสมบัติของฟิล์ม สมบัติทางโครงสร้างและสัณฐานวิทยาถูกวิเคราะห์ด้วยเทคนิคการเลี้ยวเบนรังสีเอกซ์, กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด และ กล้องจุลทรรศน์แรงอะตอม ขณะที่สมบัติทางแสงและสมบัติอิเล็กโตรโครมิคถูกประเมินด้วยเครื่องสเปกโตรโฟโตมิเตอร์ และ ไซคลิกโวลแทมเมททรี จากการศึกษาอุณหภูมิและเวลาในการอบของฟิล์ม W ก่อนการแอโนไดเซชันมีผลต่อโครงสร้างสัณฐานและสมบัติอิเล็กโตรโครมิคของฟิล์ม WO3 โดยฟิล์มที่เตรียมจาก W ที่ผ่านการอบเป็นเวลา 1.5 h. ภายใต้เงื่อนไข cool-down แสดงค่าความแตกต่างทางแสงสูงสุด 48.20% ในช่วงความยาวคลื่น 700–1000 nm และมีค่าสัมประสิทธิ์การแพร่ของไอออนเท่ากับ 3.533×10-7 cm²/s ในขณะที่การศึกษาผลของชนิดและความเข้มข้นของสารละลายอิเล็กโตรไลท์พบว่า ฟิล์ม WO3 ที่ทดสอบในสารละลาย 0.1 M KOH แสดงค่าความแตกต่างทางแสงสูงสุด 55.88% ขณะที่ฟิล์มที่ทดสอบในสารละลาย 0.05 M H2SO4 ให้ค่าความแตกต่างทางแสง 48.11% การวิเคราะห์ด้วยเทคนิคไซคลิกโวลแทมเมททรี แสดงให้เห็นว่าสารละลาย H2SO4 ช่วยให้เกิดกระบวนการแทรกและการดึงไอออนได้มีประสิทธิภาพมากกว่า ในขณะที่สารละลาย KOH ให้ค่าการเปลี่ยนแปลงทางแสงและประสิทธิภาพการเกิดสีที่สูงกว่า โดยฟิล์ม WO3 ในสารละลาย 0.1 M KOH มีค่าสัมประสิทธิ์การแพร่เท่ากับ 4.859×10-8 cm²/s และมีค่าประสิทธิภาพการเกิดสีเท่ากับ 40.69 cm²/C นอกจากนี้ ยังพบว่าผลของการเติม Ti ต่อสมบัติของฟิล์ม โดยฟิล์ม WTiO แสดงความเป็นผลึกที่ดีขึ้นและมีความหนาแน่นของโครงสร้างรูพรุนสูงกว่าฟิล์ม WO3 บริสุทธิ์ ส่งผลให้มีเสถียรภาพทางไฟฟ้าเคมีที่ดีขึ้นระหว่างการทดสอบการเกิดสีและการจางสีหลายรอบ แม้ว่าการเพิ่มขึ้นของความเป็นผลึกจะทำให้ค่าความแตกต่างทางแสงลดลงบางส่วนก็ตาม ฟิล์ม WTiO อบที่อุณหภูมิ 500 °C แสดงค่าความแตกต่างทางแสงสูงสุด 38.79% ในขณะที่ฟิล์ม WO3 ที่อบที่ 450 °C ให้ค่าความแตกต่างทางแสงสูงสุด 44.91% เพื่อประเมินการประยุกต์ใช้งานจริง ได้มีการประกอบอุปกรณ์อิเล็กโตรโครมิคในโครงสร้าง FTO/ WO3 /gel electrolyte/NiO/ITO โดยใช้อิเล็กโตรไลท์แบบเจลที่เตรียมจากสารละลาย KOH และ H2SO4 ผลการทดสอบสมบัติทางแสงและการวัดทางไฟฟ้าเคมี แสดงให้เห็นว่าอุปกรณ์ที่ใช้อิเล็กโตรไลท์แบบเจลจาก KOH มีประสิทธิภาพทางอิเล็กโตรโครมิคสูงกว่า มีการตอบสนองการจางสีที่รวดเร็วกว่า และมีเสถียรภาพในการวนรอบการทำงานที่ดีกว่าอุปกรณ์ที่ใช้อิเล็กโตรไลท์จาก H2SO4 ผลการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่า การควบคุมสภาวะการเตรียมฟิล์ม ชนิดของอิเล็กโตรไลท์ และการเติมสารเจือสามารถช่วยปรับปรุงสมบัติอิเล็กโตรโครมิคและเสถียรภาพของฟิล์ม WO3 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งมีศักยภาพต่อการพัฒนาอุปกรณ์อิเล็กโตรโครมิคสำหรับการประยุกต์ใช้ในหน้าต่างอัจฉริยะในอนาคต
Thammasat University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ