|
ผลกระทบของระยะเวลาการอยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืน (SET ESG ratings) ต่อผลการดำเนินงานและมูลค่ากิจการ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | ผลกระทบของระยะเวลาการอยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืน (SET ESG ratings) ต่อผลการดำเนินงานและมูลค่ากิจการ |
| Creator | พรรณวดี โภชนา |
| Contributor | วรรณี เตโชโยธิน, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2568 |
| Keyword | ระยะเวลาหุ้นยั่งยืน, การดำเนินงานทางการเงิน, มูลค่ากิจการ, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, ESG duration, Financial performance, Firm value, Stock Exchange of Thailand |
| Abstract | การศึกษาเชิงปริมาณนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลกระทบของระยะเวลาการอยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืน (ESG Duration) ที่มีต่อผลการดำเนินงานทางการเงิน (ROA และ ROE) และมูลค่ากิจการ (P/E และ Tobin's Q) ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยใช้ข้อมูลทุติยภูมิแบบพาเนล (Panel Data) จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 233 บริษัท ครอบคลุมระยะเวลา 10 ปี (พ.ศ. 2558 - 2567) และมีการทดสอบความแข็งแกร่งของแบบจำลอง (Robustness Check) ในช่วงเวลา 8 ปี การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สมการถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Analysis)ผลการศึกษาพบว่า ระยะเวลาการอยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืนในภาพรวม ไม่มีความสัมพันธ์กับผลการดำเนินงานทางการเงิน อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาในมิติของระยะเวลาขั้นต่ำ พบข้อค้นพบสำคัญคือ บริษัทที่สามารถรักษาสถานะการเป็นหุ้นยั่งยืนได้อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 7 ปี จะส่งผลกระทบเชิงบวกต่อทั้ง ROA และ ROE อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในขณะที่การรักษาสถานะยาวนานเกินไป (8-10 ปี) จะเริ่มส่งผลกระทบเชิงลบ ซึ่งชี้ให้เห็นถึงจุดสมดุลของการลงทุนก่อนที่จะกลายเป็นการลงทุนเกินความพอดี (Over-investment) สำหรับผลกระทบต่อมูลค่ากิจการ พบว่าระยะเวลา ESG ไม่มีความสัมพันธ์กับอัตราส่วน P/E ในทุกรูปแบบการทดสอบ และพบความสัมพันธ์เชิงลบต่ออัตราส่วน Tobin's Q ในช่วงปีแรกของการเข้าสู่รายชื่อ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนในตลาดทุนไทยยังคงประเมินมูลค่ากิจการจากผลกำไรเชิงประจักษ์มากกว่าการให้มูลค่าส่วนเพิ่ม (Premium Valuation) จากระยะเวลาในการทำ ESG เพียงอย่างเดียวข้อค้นพบจากการศึกษานี้เป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนในการใช้มิติด้านระยะเวลาประกอบการพิจารณาลงทุนระยะยาว และเป็นแนวทางสำหรับผู้บริหารในการวางแผนงบประมาณด้านความยั่งยืนอย่างสมดุลเพื่อป้องกันผลกระทบเชิงลบต่อผลกำไรของกิจการ |