|
คุณภาพการตายและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพการตายของผู้ป่วยวิกฤตระยะท้ายตามการรับรู้ของพยาบาล |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | คุณภาพการตายและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพการตายของผู้ป่วยวิกฤตระยะท้ายตามการรับรู้ของพยาบาล |
| Creator | วราพรรณ วัฒน์แก้ว |
| Contributor | บวรลักษณ์ ทองทวี, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2568 |
| Keyword | คุณภาพการตาย, ผู้ป่วยวิกฤตระยะท้าย, การดูแลระยะท้าย, พยาบาลหอผู้ป่วยวิกฤต, Quality of death, Critically ill end-of-life patients, End-of-life care, Intensive care unit nurses |
| Abstract | การวิจัยเชิงพรรณนาความสัมพันธ์นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับคุณภาพการตายของผู้ป่วยวิกฤตระยะท้าย และความสัมพันธ์ระหว่างคุณภาพการตายกับปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ความรู้ในการดูแลระยะท้าย ทัศนคติต่อความตายและผู้ป่วยใกล้ตาย บรรยากาศองค์กร การรับรู้สมรรถนะของพยาบาลในการสื่อสารกับผู้ป่วยและครอบครัว และพฤติกรรมการส่งเสริมระยะท้ายของชีวิตที่สงบ ตามการรับรู้ของพยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานในหอผู้ป่วยวิกฤต กลุ่มตัวอย่างคือพยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานในหอผู้ป่วยวิกฤต โรงพยาบาลตติยภูมิ ในเขตสุขภาพที่ 4 จำนวน 200 คน เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัยประกอบด้วย แบบสอบถามข้อมูล ส่วนบุคคล แบบประเมินคุณภาพการตาย แบบประเมินความรู้ในการดูแลระยะท้าย แบบสอบถามทัศนคติต่อความตายและผู้ป่วยใกล้ตาย แบบสอบถามบรรยากาศองค์กร แบบประเมินการรับรู้สมรรถนะของพยาบาลในการสื่อสารกับผู้ป่วยและครอบครัว และแบบประเมินพฤติกรรมการส่งเสริมระยะท้ายของชีวิตที่สงบ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา สถิติสหสัมพันธ์เพียร์สัน และสหสัมพันธ์สเปียร์แมน ผลการศึกษาพบว่า คุณภาพการตายของผู้ป่วยวิกฤตระยะท้ายตามการรับรู้ของพยาบาล อยู่ในระดับสูง (M = 85.51, S.D. = 10.06) โดยการรับรู้สมรรถนะของพยาบาลในการสื่อสาร กับผู้ป่วยและครอบครัว พฤติกรรมการส่งเสริมระยะท้ายของชีวิตที่สงบ มีความสัมพันธ์ทางบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับคุณภาพการตายของผู้ป่วยวิกฤตระยะท้ายในระดับปานกลาง (r = .419, p < .01 และ r = .582, p < .01 ตามลำดับ) และทัศนคติต่อความตายและผู้ป่วยใกล้ตาย บรรยากาศองค์กร มีความสัมพันธ์ทางบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับคุณภาพการตายในระดับต่ำ (r = .256, p < .01 และ r = .260, p < .01 ตามลำดับ) อย่างไรก็ตามการศึกษาครั้งนี้พบว่า ความรู้ในการดูแลระยะท้ายไม่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพการตายของผู้ป่วยวิกฤตระยะท้าย ผลการวิจัยสะท้อนให้เห็นว่า ปัจจัยด้านโครงสร้าง ได้แก่ ทัศนคติต่อความตายและผู้ป่วยใกล้ตาย และบรรยากาศองค์กร ปัจจัยด้านกระบวนการ ได้แก่ การสื่อสารของพยาบาลและพฤติกรรมการส่งเสริมระยะท้ายของชีวิตที่สงบ ล้วนมีความความสัมพันธ์ต่อคุณภาพการตายของผู้ป่วยวิกฤตระยะท้าย องค์กรสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาโครงสร้าง กระบวนการการพยาบาล เพื่อเป็นแนวทางการดูแลผู้ป่วยวิกฤตระยะท้าย ส่งเสริมศักยภาพพยาบาลเพื่อส่งเสริมให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลในช่วงสุดท้ายของชีวิตอย่างมีคุณภาพและสมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ต่อไป |