|
การศึกษาเชิงวิเคราะห์และปริวรรตคัมภีร์สาโรชสังคหะ คัมภีร์สาโรชสงเคราะห์ และคัมภีร์สาโรทคำกลอน |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การศึกษาเชิงวิเคราะห์และปริวรรตคัมภีร์สาโรชสังคหะ คัมภีร์สาโรชสงเคราะห์ และคัมภีร์สาโรทคำกลอน |
| Creator | ธนภณ ลิมปอารยะกุล |
| Contributor | ภูริทัต กนกกังสดาล, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2568 |
| Keyword | คัมภีร์สาโรช, การแพทย์แผนไทย, เอกสารโบราณ, ปริวรรต, Saroj manuscript, Thai traditional medicine, Ancient manuscript, Transliteration |
| Abstract | คัมภีร์ธาตุวิวรณ์ ซึ่งเป็นคัมภีร์พื้นฐานที่กำหนดให้แพทย์แผนไทยต้องศึกษา ได้มีการกล่าวอ้างถึงเนื้อหาบางส่วนคัมภีร์สาโรช และจากหนังสือวชิรญาณวิเศษ เรื่องวิชาแพทย์ไทย ทรงพระนิพนธ์โดยพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีเสาวภางค์ ยังได้กล่าวถึงคัมภีร์สาโรชไว้ว่าเป็นคัมภีร์ที่ควรศึกษา แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของคัมภีร์สาโรช และพบว่าที่หอสมุดแห่งชาติมีการเก็บรักษาคัมภีร์สาโรชไว้อยู่ โดยคัมภีร์ที่พบได้แก่ คัมภีร์สาโรชสังคหะ ผูก 1 - 2 คัมภีร์สาโรชสงเคราะห์ ผูก 1 และคัมภีร์สาโรทคำกลอน เล่ม 1 ดังนั้นผู้วิจัยจึงได้ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับคัมภีร์สาโรช จากแหล่งต่าง ๆ และพบว่าที่หอสมุดแห่งชาติมีการเก็บรักษาคัมภีร์สาโรชไว้อยู่ โดยคัมภีร์ที่พบได้แก่ คัมภีร์สาโรชสังคหะ ผูก 1 - 2 คัมภีร์สาโรชสงเคราะห์ ผูก 1 และคัมภีร์สาโรทคำกลอน เล่ม 1 จึงได้จัดทำการศึกษา ปริวรรต วิเคราะห์คัมภีร์นี้ และสัมภาษณ์องค์ความรู้คัมภีร์สาโรชจากแพทย์แผนไทยและแพทย์แผนไทยประยุกต์ที่มีเชี่ยวชาญ เพื่อศึกษา ปริวรรตและวิเคราะห์คัมภีร์สาโรช เพื่อศึกษาองค์ความรู้จากแพทย์แผนไทยและแพทย์แผนไทยประยุกต์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านคัมภีร์แพทย์แผนไทย เกี่ยวกับคัมภีร์สาโรช และเพื่อเรียบเรียงและนำเสนอองค์ความรู้จากคัมภีร์สาโรชการศึกษาวิจัยในครั้งนี้แบ่งเป็น 2 ระยะ โดยระยะแรกคือการศึกษาจากเอกสารต้นฉบับ และระยะที่สอง คือการศึกษาองค์ความรู้คัมภีร์สาโรชจากแพทย์แผนไทยและแพทย์แผนไทยประยุกต์ โดยเลือกประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ที่เป็นแพทย์แผนไทยและแพทย์แผนไทยประยุกต์ที่มีประสบการณ์ทางวิชาชีพมามากกว่า 10 ปี หลังจากนั้นทำการสุ่มตัวอย่างแบบอ้างอิงด้วยบุคคลและผู้เชี่ยวชาญ ทั้งหมด 5 ท่าน ผลการศึกษาระยะที่ 1 พบว่าคัมภีร์สาโรชสังคหะ ผูก 1-2 และคัมภีร์สาโรชสงเคราะห์ ผูก 1 บันทึกเป็นภาษาไทยและภาษาบาลี และอักษรที่ใช้มีอักษรไทยและอักษรขอมไทย ส่วนคัมภีร์สาโรทคำกลอน เล่ม 1 บันทึกเป็นภาษาไทย และใช้อักษรไทย สาโรทคำกลอน เล่ม 1 คัมภีร์สาโรชสงเคราะห์ ผูก 1 ทำให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ในศาสตร์การแพทย์แผนไทย โดยชื่อ สาโรช นั้นหมายถึง ดอกบัว ซึ่งในคัมภีร์ได้เปรียบเปรยเนื้อหาของคัมภีร์ดั่งดอกบัวที่กำลังเบ่งบาน แผ่ขยายและเผยแพร่สรรพวิชาทางการแพทย์ นอกจากนี้ คัมภีร์ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการศึกษาปัจจัยพื้นฐาน 5 ประการ ได้แก่ ฤดู กาล กองโรค รสยา และอายุ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของศาสตร์การแพทย์แผนไทย หากผู้ใดไม่เข้าใจปัจจัยเหล่านี้ ย่อมไม่สามารถประกอบยาถวายแด่พระมหากษัตริย์หรือใช้รักษาโรคได้อย่างถูกต้อง ดังนั้น คัมภีร์สาโรชจึงเป็นแหล่งความรู้ที่สำคัญสำหรับผู้ศึกษาการแพทย์แผนไทย คัมภีร์สาโรชยังมีความเกี่ยวข้องกับคัมภีร์อื่นในเชิงเนื้อหา โดยเฉพาะการกล่าวถึงลักษณะของสิ่งที่เป็นโทษต่อธาตุภายในร่างกาย ซึ่งอาจส่งผลให้เพลิงธาตุอ่อนกำลังลง ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ อาการของ "อามะอชิน" ที่เกิดจากการรับประทานอาหารดิบ ส่งผลให้เกิดอาการขัดอุจจาระและปัสสาวะ เจ็บหน้าอก และมีน้ำลายไหล คัมภีร์สาโรชให้รักษาด้วยการสำรอกโดยใช้ว่านน้ำต้มกับเกลือ ในขณะที่คัมภีร์ธาตุบรรจบ ได้กล่าวถึงอุจจาระที่มีกลิ่น 4 ประการ ซึ่งหนึ่งในนั้นเชื่อมโยงกับอามะอชิน โดยบรรยายลักษณะของอุจจาระที่มีกลิ่นเหม็นคล้ายปลาเน่า ซึ่งเกิดจากอาโปสมุฏฐานที่แปรปรวน และส่งผลให้เกิดอาการขัดอุจจาระ ขัดปัสสาวะ เจ็บหน้าอก และมีน้ำลายไหล ซึ่งสอดคล้องกับคัมภีร์สาโรช นอกจากนี้ เนื้อหาบางส่วนภายในคัมภีร์สาโรชมีความคล้ายคลึงกับคัมภีร์ธาตุวิวรณ์ แต่เมื่อนำมาตรวจสอบในส่วนของตำรับยากลับพบว่ามีความแตกต่างกัน โดยจากการวิเคราะห์พบว่ามีตำรับยาที่แตกต่างกันทั้งหมด 28 ตำรับ ซึ่งอาจเกิดจากความคลาดเคลื่อนในการจดบันทึกอาจส่งผลให้ส่วนประกอบของตำรับยาเปลี่ยนแปลงไปได้ อันอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของยาในการรักษาโรคตามหลักการแพทย์แผนไทย จึงได้นำประเด็นเหล่านี้ไปสร้างแบบสัมภาษณ์ขึ้นมา ผลการศึกษาองค์ความรู้คัมภีร์สาโรชจากแพทย์แผนไทยและแพทย์แผนไทยประยุกต์ ก่อนศึกษาคัมภีร์สาโรช โดยพบว่า 3 ใน 5 ของผู้ให้ข้อมูล ไม่รู้จักชื่อคัมภีร์สาโรชมาก่อน และ 3 ใน 5 ของผู้ให้ข้อมูล ไม่เคยศึกษาคัมภีร์ที่ถูกเก็บไว้ในหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร จากการสัมภาษณ์แพทย์แผนไทย 5 ท่าน พบว่าโดยรวมมีความเห็นสอดคล้องกันว่าคัมภีร์สาโรชเป็นคัมภีร์ที่มีความหลากหลายของเนื้อหาและเชื่อมโยงกับคัมภีร์อื่น ๆ ในศาสตร์การแพทย์แผนไทยหลายแขนง มีคุณค่าในเชิงคลินิกอย่างหลากหลาย ทั้งในด้านการวิเคราะห์โรค การเลือกใช้ยา การปรับสูตรยา ตลอดจนการอ้างอิงทฤษฎีสำคัญของการแพทย์แผนไทย โดยผู้ให้ข้อมูลมองว่าคัมภีร์สาโรชมีความสำคัญทั้งในด้านการเป็นคัมภีร์ไว้อ้างอิง และการเรียนการสอน แต่ต้องแยกแยะให้ชัดเจนและอธิบายถึงประโยชน์ของการศึกษาคัมภีร์นี้ และเห็นด้วยกับการเพิ่มคัมภีร์สาโรชในหลักสูตรการแพทย์แผนไทยและแพทย์แผนไทยประยุกต์ ในส่วนของความคิดเห็นเกี่ยวกับตำรับยาที่มีความแตกต่างกัน มีความคิดเห็นที่หลากหลาย บางความเห็นสอดคล้องกันหรือบางความเห็นนั้นมีความขัดแย้งกัน จากการสืบค้นหลักฐานเชิงประจักษ์ของสมุนไพรในตำรายาที่แตกต่างกันและจากผลการสัมภาษณ์นั้นเป็นผลการศึกษาโดยอาศัยการสืบค้นข้อมูลและประสบการณ์ของผู้ถูกสัมภาษณ์เท่านั้น จึงควรศึกษาวิจัยเพิ่มเติมในห้องปฏิบัติการและทางคลินิกต่อไป เพื่อประเมินศักยภาพในการรักษาโรคตามที่ระบุไว้ในคัมภีร์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ และส่งเสริมการใช้ตำรับยาแผนไทยในทางการแพทย์อย่างมีหลักฐานรองรับ และจากเนื้อหาภายในคัมภีร์สาโรชสังคหะผูก 2 นั้นมีการกล่าวถึงคัมภีร์สาโรชสังคหะผูก 4 ดังนั้นควรมีการศึกษาคัมภีร์นี้ต่อไป |