|
เกณฑ์การตัดสินใจทางคลินิกเพื่อทำนายความเสี่ยงของความล้มเหลวในการรักษาจากการเลิกบุหรี่โดยไม่ใช้ยา |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | เกณฑ์การตัดสินใจทางคลินิกเพื่อทำนายความเสี่ยงของความล้มเหลวในการรักษาจากการเลิกบุหรี่โดยไม่ใช้ยา |
| Creator | พัชญา คชศิริพงศ์ |
| Contributor | ธรรมนาถ เจริญบุญ, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2568 |
| Keyword | แบบจำลอง, ความล้มเหลวในการรักษา, เลิกบุหรี่, เกณฑ์การตัดสินใจทางคลินิก, ไม่ใช้ยา, Model, Failure, Smoking cessation, Clinical decision rules, Non-pharmacological |
| Abstract | บทนำ: การบำบัดรักษาเพื่อเลิกบุหรี่ในประเทศไทยส่วนใหญ่ใช้วิธีการให้คำปรึกษาโดยบุคลากรทางการแพทย์เป็นหลัก เนื่องจากมีข้อจำกัดหลายด้านในการเข้าถึงยา การมีเครื่องมือช่วยคัดกรองผู้ป่วยที่อาจล้มเหลวในการรักษา จะช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมได้ตั้งแต่แรกเริ่ม ซึ่งจะช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จและลดระยะเวลาการรักษาได้ วัตถุประสงค์ของการศึกษาคือสร้างเกณฑ์การตัดสินใจทางคลินิกเพื่อทำนายความเสี่ยงของความล้มเหลวจากการบำบัดรักษาเพื่อเลิกบุหรี่ด้วยวิธีการไม่ใช้ยาและศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อความล้มเหลวในการรักษา เพื่อเป็นข้อมูลให้ผู้ปฏิบัติงานใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละรายวิธีการ: งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยประเภท prognostic prediction model ในขั้นตอนของ model development รูปแบบการศึกษาเป็นแบบ retrospective cohort โดยเก็บข้อมูลย้อนหลังจากเวชระเบียนผู้ที่เข้ารับการรักษาเพื่อเลิกบุหรี่ด้วยวิธีการไม่ใช้ยา ณ คลินิกรังสิตฟ้าใสในระหว่าง 18 มิถุนายน 2557 ถึง 16 พฤศจิกายน 2566 ผลลัพธ์ของการศึกษาคือการไม่สามารถหยุดสูบบุหรี่ได้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือน หรือขาดการติดต่อ ซึ่งจะประเมินเมื่อครบ 6 เดือนหลังจากเริ่มการรักษาแล้ว การจัดการกับข้อมูลที่ขาดหายใช้ multiple imputation by chained equation จำนวน 20 datasets การสร้างแบบจำลองใช้ stepwise logistic regression (backward selection) โดยคัดเลือกปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ที่นัยสำคัญทางสถิติน้อยกว่า 0.1 การกำหนดคะแนนความเสี่ยงใช้ค่า coefficient จากปัจจัยที่มีค่าต่ำที่สุดเป็นตัวหาร แล้วปัดทศนิยมให้ใกล้เคียง 0.5 หรือจำนวนเต็ม การทดสอบอำนาจการจำแนกใช้สถิติ independent t-test และหาพื้นที่ใต้กราฟ receiver operating characteristic (ROC) การทดสอบความตรงภายในใช้การวิเคราะห์ค่า ROC ในข้อมูลจาก bootstrap resampling จำนวน 200 replications การทดสอบ calibration พิจารณาจากความสอดคล้องระหว่างกราฟที่ได้จากการทำนายโดยแบบจำลองกับกราฟที่ได้จากข้อมูลจริง และทดสอบ Hosmer-Lemeshow goodness-of-fit test การวิเคราะห์วัตถุประสงค์รองใช้สถิติ multivariable logistic regression กำหนดค่านัยสำคัญทางสถิติที่ P<0.05ผล: กลุ่มตัวอย่างจำนวน 316 คน เป็นผู้ที่ไม่สามารถหยุดสูบบุหรี่ได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่สามารถติดต่อได้จำนวน 257 คน คิดเป็นร้อยละ 81.33 ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มีค่ามัธยฐานอายุ 21 ปี ค่าพิสัยระหว่างควอไทล์ 19-31 ส่วนใหญ่ดื่มแอลกอฮอล์ (ร้อยละ 71.43) สูบบุหรี่ประมาณ 10 มวนต่อวัน และสูบมานานประมาณ 6 ปี มีความรุนแรงในการติดสารนิโคตินในระดับเล็กน้อย (ร้อยละ 47.83) ปัจจัยทำนายที่สร้างแบบจำลอง ได้แก่ ความพร้อมในการเลิกบุหรี่ (ระยะตาม Transtheoretical Model) ความรุนแรงในการติดสารนิโคติน (จากแบบประเมิน Heaviness of Smoking Index) เพศ การมีคู่ครอง/คนรัก/บุตร และปัญหาสุขภาพ แบบจำลองมีคะแนนรวม 11 คะแนน จุดตัดคะแนนที่แนะนำคือ 5/5.5 แบบจำลองมีอำนาจการจำแนกในระดับที่ยอมรับได้ ROC: 0.76 (95%CI 0.69-0.82) ผลการวิเคราะห์ความตรงภายในมีค่า ROC 0.71 (95%CI 0.64-0.78) แบบจำลองมี calibration ดี ผลจาก Hosmer-Lemeshow goodness-of-fit มีค่า p = 0.479 ผลการวิเคราะห์วัตถุประสงค์รองพบว่า ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ในทางบวกกับความล้มเหลวในการักษาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ ความรุนแรงในการติดสารนิโคตินในระดับสูง ความพร้อมในการเลิกบุหรี่ระดับ contemplation และเพศหญิงสรุปผล: ปัจจัยทำนายที่ใช้สร้างแบบจำลอง ได้แก่ ความพร้อมในการเลิกบุหรี่ ความรุนแรงในการติดสารนิโคติน เพศ การมีคู่ครอง/คนรัก/บุตร และปัญหาสุขภาพ แบบจำลองที่สร้างขึ้นมีอำนาจการจำแนกในระดับที่ยอมรับได้ มี calibration ดีและมีความตรงภายใน สามารถนำไปใช้ได้จริงในทางปฏิบัติ |