การประเมินทางเศรษฐศาสตร์ของเครื่องมือตรวจความยืดหยุ่นและพังผืดในตับสำหรับการตรวจภาวะพังผืดในตับอย่างมีนัยสำคัญในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงต่อการเป็นโรคไขมันคั่งตับที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์ในประเทศไทย
รหัสดีโอไอ
Title การประเมินทางเศรษฐศาสตร์ของเครื่องมือตรวจความยืดหยุ่นและพังผืดในตับสำหรับการตรวจภาวะพังผืดในตับอย่างมีนัยสำคัญในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงต่อการเป็นโรคไขมันคั่งตับที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์ในประเทศไทย
Creator ชญานิศ โฆสิตะมงคล
Contributor พิชญ ตันติยวรงค์, ที่ปรึกษา
Publisher มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Publication Year 2568
Keyword การวิเคราะห์ต้นทุนอรรถประโยชน์, เครื่องมือตรวจความยืดหยุ่นและพังผืดในตับ, ผลกระทบด้านงบประมาณ, ภาวะพังผืดในตับอย่างมีนัยสำคัญ, โรคไขมันคั่งตับที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์, Budget impact, Cost-utility analysis, Non-alcoholic fatty liver disease, Significant fibrosis, Transient elastography
Abstract โรคไขมันคั่งตับที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์ (non-alcoholic fatty liver disease, NAFLD) เป็นปัญหาด้านสุขภาพที่สำคัญระดับโลก การตรวจพบในระยะเริ่มแรกจะช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาโรค รวมถึงป้องกันภาวะแทรกซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การศึกษานี้ทำการวิเคราะห์ต้นทุนอรรถประโยชน์และผลกระทบด้านงบประมาณของการใช้ transient elastography (TE) ในการตรวจคัดกรองภาวะพังผืดในตับอย่างมีนัยสำคัญ (significant fibrosis) ในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงต่อการเป็น NAFLD ในประเทศไทยการวิเคราะห์ต้นทุนอรรถประโยชน์ภายใต้กรอบระยะเวลาตลอดชีวิตดำเนินการโดยใช้แผนภูมิต้นไม้ (decision tree) และแบบจำลองมาร์คอฟ (Markov model) โดยใช้รอบระยะเวลาในการเปลี่ยนสถานะสุขภาพ (cycle length) คือ 1 ปี และใช้มุมมองทางสังคม การวิเคราะห์กรณีฐาน (base-case analysis) เปรียบเทียบระหว่างการไม่ตรวจคัดกรองกับการตรวจคัดกรองครั้งเดียวในผู้ป่วยอายุ 50 ปีที่มีโรคเบาหวาน กลุ่มอาการเมตาบอลิก หรือโรคอ้วน แนวทางการตรวจคัดกรองประกอบด้วย การใช้ fibrosis-4 index ตามด้วย TE (FIB-4+TE), steatosis-associated fibrosis estimator score ตามด้วย TE (SAFE+TE) และการใช้ TE เพียงอย่างเดียว ตัวแปรนำเข้าที่สำคัญได้แก่ อัตราการตรวจคัดกรอง ความไวและความจำเพาะของการตรวจคัดกรอง ประสิทธิผลของการรักษา และอัตราการเสียชีวิต ค่าอรรถประโยชน์ที่จำเพาะต่อสถานะสุขภาพอ้างอิงจากวรรณกรรมในอดีต ต้นทุนที่เกี่ยวข้องคำนวณโดยใช้ข้อมูลปฐมภูมิจากโรงพยาบาลศิริราชและการศึกษาในประเทศไทย การวิเคราะห์นี้ใช้อัตราปรับลดที่ร้อยละ 3 ต่อปี ผลลัพธ์แสดงด้วยค่าอัตราส่วนต้นทุนประสิทธิผลส่วนเพิ่ม (incremental cost-effectiveness ratio, ICER) และแปลผลโดยเปรียบเทียบกับเพดานความคุ้มค่าที่ 160,000 บาท (Thai baht, THB) ต่อปีสุขภาวะ (quality-adjusted life-year, QALY) ที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การศึกษานี้ได้ทำการวิเคราะห์ฉากทัศน์เพื่อศึกษาผลกระทบของอายุที่ตรวจคัดกรองต่อความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ของการตรวจคัดกรองและการวิเคราะห์ความไว รวมถึงการวิเคราะห์ผลกระทบด้านงบประมาณภายในระยะเวลา 5 ปี ด้วยมุมมองของผู้จ่ายเงินจากการวิเคราะห์พบว่า แนวทางการใช้ TE เพียงอย่างเดียวให้ปีสุขภาวะสูงที่สุดในผู้ป่วยเบาหวานและผู้ป่วยโรคอ้วน แต่มีต้นทุนตลอดชีวิตสูงที่สุด ในขณะที่ SAFE+TE ให้ปีสุขภาวะที่สูงกว่า FIB-4+TE แต่ก็มีต้นทุนตลอดชีวิตที่สูงกว่าเช่นกัน ส่วนการไม่ตรวจคัดกรองให้ปีสุขภาวะและต้นทุนตลอดชีวิตต่ำสุด ในผู้ป่วยเบาหวาน แนวทางตรวจคัดกรองด้วย SAFE+TE จัดเป็นแนวทางที่คุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์สูงสุด โดยมีค่า ICER เมื่อเปรียบเทียบกับ FIB-4+TE ที่ 90,928 บาทต่อปีสุขภาวะที่เพิ่มขึ้น ส่วนในผู้ป่วยโรคอ้วน แนวทางตรวจคัดกรองด้วย TE เพียงอย่างเดียว จัดเป็นแนวทางที่คุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์สูงสุด โดยมีค่า ICER เมื่อเปรียบเทียบกับ SAFE+TE ที่ 128,568 บาทต่อปีสุขภาวะที่เพิ่มขึ้น แนวทาง TE เพียงอย่างเดียวไม่มีความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ในผู้ป่วยกลุ่มอาการเมตาบอลิก เนื่องจากมีค่า ICER ที่ 255,221 บาทต่อปีสุขภาวะที่เพิ่มขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับการไม่ตรวจคัดกรอง ซึ่งสูงกว่าเพดานความคุ้มค่าของประเทศไทย แต่แนวทาง FIB-4+TE และ SAFE+TE มีความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ในผู้ป่วยกลุ่มนี้ โอกาสของความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นในผู้ป่วยที่อายุน้อยลง ผลกระทบด้านงบประมาณเฉลี่ยของแนวทางการตรวจคัดกรองต่าง ๆ อยู่ที่ประมาณ 470 ถึง 2,314 ล้านบาทต่อปีการตรวจคัดกรองภาวะ significant fibrosis ด้วยระบบคะแนนคัดกรองความเสี่ยงร่วมกับ TE ในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงต่อการเป็น NAFLD มีแนวโน้มที่จะคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ในบริบทของประเทศไทย อย่างไรก็ตาม การพัฒนาและการนำนโยบายไปใช้ควรคำนึงถึงผลกระทบด้านงบประมาณและข้อจำกัดด้านทรัพยากรด้วย
Thammasat University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ