|
การวางแผนการเงินส่วนบุคคลเชิงกลยุทธ์: กรณีศึกษา ตัวแทนพนักงานบริษัทในหลายช่วงวัย |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การวางแผนการเงินส่วนบุคคลเชิงกลยุทธ์: กรณีศึกษา ตัวแทนพนักงานบริษัทในหลายช่วงวัย |
| Creator | ดุลยวรรธน์ ส่องแสงเจริญ |
| Contributor | นพพล ตั้งจิตพรหม, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2568 |
| Keyword | การวางแผนการเงินส่วนบุคคล, การจัดสรรสินทรัพย์, ทุนเกษียณ, Sensitivity matrix, Tax-efficient withdrawal, Personal financial planning, Asset allocation, Retirement capital |
| Abstract | การค้นคว้าอิสระฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ วินิจฉัยสุขภาพทางการเงินของกรณีศึกษา ตัวแทนพนักงานออฟฟิศใน 5 ช่วงวัย ได้แก่ First Jobber (23 ปี) 2. Building Life (29 ปี) 3. MidCareer (33 ปี) 4. Pre-Retirement (46 ปี) และ 5. Senior Employee (55 ปี) กำหนดกลยุทธ์การจัดสรรสินทรัพย์ที่เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัย และระดับรายได้และสร้างแบบจำลองสถานการณ์ทางการเงินที่ครอบคลุมการก่อหนี้ขนาดใหญ่เพื่อปิดช่องว่างทางการเงินสู่การเกษียณอายุอย่างมั่นคง การวิจัยใช้รูปแบบกรณีศึกษาพหุคูณ รวบรวมข้อมูลผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึก และเอกสารทางการเงินจริงของกรณีศึกษาหลักวิเคราะห์พอร์ตลงทุน ตามหลัก Modern Portfolio Theory (MPT) บนฐานข้อมูลผลตอบแทนรายปีย้อนหลัง 11 ปี (ค.ศ.2015-2025) และสร้างตารางวิเคราะห์ความอ่อนไหวขนาด 7 ระดับรายได้ คูณ 5 ช่วงอายุ คูณ 4 สถานการณ์หนี้ ผลการวิจัยพบว่า พอร์ตที่เหมาะสมที่สุดสำหรับทุก Persona คือ การจัดสรรใน S&P500 ร้อยละ 83.67 และ ทองคำร้อยละ 16.33 ให้ผลตอบแทนคาดหวังร้อยละ 13.59 ต่อปี Persona อายุ 23-33 ปีสามารถบรรลุทุนเกษียณเป้าหมายได้แม้ในกรณีเลวร้าย ขณะที่ Senior Employee (55 ปี) มีช่องว่างทางการเงินติดลบในทุกสถานการณ์ ตารางวิเคราะห์ความอ่อนไหวเผยว่า "อายุ" มีพลัง อธิบายมากกว่า "รายได้" โดยบุคคลรายได้ 20,000 บาท ที่เริ่มออมอายุ 23 ปี มี Gap Analysis บวก 77 ล้านบาท ขณะที่บุคคลรายได้ 150,000 บาท ที่เริ่มออมอายุ 45 ปี ยังมีช่องว่างติดลบ 10.3 ล้านบาท กลยุทธ์การถอนเงินแบบ Tax-Efficient ช่วยรักษา Wealth ของ Mid-Career ให้เติบโตต่อเนื่องถึง 418.7 ล้านบาท ณ อายุ 85 ปี |