แผนธุรกิจร้านจำหน่ายอุปกรณ์การเกษตรครบวงจร “Agri Hub”
รหัสดีโอไอ
Title แผนธุรกิจร้านจำหน่ายอุปกรณ์การเกษตรครบวงจร “Agri Hub”
Creator พิมพ์นารา อ่วมเรืองศรี
Contributor พาณุวงศ์ คัมภิรารักษ์, ที่ปรึกษา
Publisher มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Publication Year 2568
Keyword อุปกรณ์การเกษตร, ศูนย์บริการเกษตรครบวงจร, เกษตรสมัยใหม่, Agri Hub, Agricultural equipment, One-stop agricultural service center, Modern agriculture
Abstract ในปัจจุบันภาคเกษตรกรรมของไทยกำลังอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่านสู่เกษตรสมัยใหม่ โดยได้รับผลกระทบจากทั้งเทคโนโลยีดิจิทัล พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ และความต้องการองค์ความรู้ที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ประกอบกับการขยายตัวของเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmers) และแนวโน้มการทำเกษตรในเมือง (Urban Farming) ที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้เกิดโอกาสทางธุรกิจใหม่สำหรับศูนย์บริการเกษตรครบวงจรที่ให้ทั้งสินค้า บริการ และองค์ความรู้ในที่เดียวกัน อีกทั้งในช่วงหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 เกษตรกรจำนวนมากต้องการระบบสนับสนุนที่ช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และเข้าถึงเครื่องมือทางเทคโนโลยีได้ง่ายขึ้น จึงเป็นที่มาของแผนธุรกิจ Agri Hub – ศูนย์จำหน่ายอุปกรณ์การเกษตรแบบครบวงจรจากการศึกษากลุ่มเป้าหมายหลัก ซึ่งประกอบด้วยเกษตรกรในอำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม รวมถึงเกษตรกรรุ่นใหม่และกลุ่มผู้สนใจทำเกษตรในเมือง พบว่ากลุ่มลูกค้าเหล่านี้ต้องการสินค้าเกษตรคุณภาพดี มีความหลากหลาย ราคาเป็นธรรม และต้องการบริการเสริม เช่น บริการฉีดพ่นยาและบริการเกี่ยวข้าวที่ให้ความสะดวกและลดต้นทุนแรงงาน ข้อมูลดังกล่าวนำไปสู่การกำหนด กลยุทธ์ทางการตลาดของ Agri Hub ซึ่งเน้นการสร้าง Brand DNA ว่าเป็น “ศูนย์เกษตรครบวงจรที่ให้ความรู้จริง ใช้ได้จริง และเห็นผลจริง” โดยผสมผสานการจัดทำคอนเทนต์เชิงความรู้ การจัดกิจกรรมทดลองสินค้า การอบรมแบบ Workshop และการสร้างโปรแกรมสมาชิก Agri Hub Member Card เพื่อเพิ่มการรับรู้และความภักดีต่อศูนย์ในด้านกลยุทธ์การดำเนินงาน Agri Hub เลือกทำเลที่ตั้งภายในอำเภอบางเลน ซึ่งเป็นพื้นที่เพาะปลูกสำคัญ มีเกษตรกรจำนวนมาก และเป็นจุดเชื่อมต่อกับจังหวัดใกล้เคียงได้สะดวก ภายในศูนย์ประกอบด้วยโซนจำหน่ายสินค้าทางการเกษตรครบหมวด เช่น ปุ๋ย สารเคมีกำจัดศัตรูพืช เมล็ดพันธุ์ อุปกรณ์ระบบน้ำ และอุปกรณ์การเกษตรขนาดเล็ก ตลอดจนโซนคลังสินค้าที่มีระบบจัดเก็บมาตรฐาน เพื่อรองรับปริมาณสต็อกตามนโยบาย Reorder Point ที่ 30% นอกจากนี้ยังมีบริการภาคสนาม เช่น บริการฉีดพ่นสารด้วยโดรน และบริการเกี่ยวข้าวด้วยเครื่องจักร เพื่อเพิ่มรายได้และสร้างการรับรู้ในฐานะผู้ให้บริการเชิงพื้นที่ อีกทั้งศูนย์ใช้โครงสร้างบุคลากรแบบพนักงานจำนวนน้อยแต่ทำงานได้หลากหลาย (Multi-task) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนแรงงานในระยะยาวสำหรับกลยุทธ์ด้านการเงิน ผู้ศึกษาได้ประมาณการเงินลงทุนเริ่มแรกจำนวน 6,000,000 บาท ประกอบด้วยค่าอาคาร ค่าปรับปรุงพื้นที่ อุปกรณ์สำนักงาน ระบบจัดเก็บสินค้า และเครื่องจักรกลภาคสนาม รวมถึงเงินทุนหมุนเวียนสำรอง การคำนวณต้นทุนของเงินทุนถัวเฉลี่ย (WACC) เท่ากับ ร้อยละ 8.61 โดยอ้างอิงตามแบบจำลอง Capital Asset Pricing Model (CAPM) เพื่อใช้เป็นอัตราคิดลดในการประเมินความคุ้มค่าของโครงการ จากผลการประเมินโครงการด้วยเครื่องมือทางการเงิน พบว่า Agri Hub มีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) เท่ากับ 5,922,407 บาท ซึ่งมีค่ามากกว่าศูนย์ แสดงว่าโครงการมีความคุ้มค่าในการลงทุน อีกทั้ง อัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) เท่ากับ ร้อยละ 41 ซึ่งสูงกว่าต้นทุนเงินทุนถัวเฉลี่ย แสดงถึงความสามารถของโครงการในการสร้างผลตอบแทนในระดับที่น่าพอใจ นอกจากนี้โครงการยังมี ระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) เท่ากับ 2.01 ปี ซึ่งต่ำกว่าระยะเวลาคืนทุนเป้าหมายที่ตั้งไว้ จึงสามารถสรุปได้ว่า Agri Hub เป็นโครงการที่สามารถสร้างผลกำไรเกินปกติ มีศักยภาพในการเติบโต และสามารถสร้างความมั่งคั่งให้แก่ผู้ลงทุนได้ในอนาคต
Thammasat University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ