|
ปัญหาการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตจากนิโคตินถุง |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | ปัญหาการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตจากนิโคตินถุง |
| Creator | พงศภัค พัฒน์มะณี |
| Contributor | สหธน รัตนไพจิตร, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2568 |
| Keyword | นิโคตินถุง, ภาษีสรรพสามิต, ยาสูบ, นิโคตินสังเคราะห์, พิกัดอัตราภาษี, Nicotine pouches, Excise tax, Tobacco products, Synthetic nicotine, Tax tariff classification |
| Abstract | นิโคตินถุง (Nicotine Pouches) เป็นผลิตภัณฑ์นิโคตินรูปแบบใหม่ที่ไม่มีส่วนผสมของใบยาสูบ แต่ใช้นิโคตินที่ได้จากการสังเคราะห์หรือนิโคตินสกัดเป็นสารออกฤทธิ์ ผลิตภัณฑ์นี้มีปริมาณนิโคตินต่อหน่วยบริโภคสูงกว่าบุหรี่มวนอย่างมีนัยสำคัญ และกำลังแพร่ระบาดในกลุ่มเยาวชนไทยจากกลยุทธ์การตลาดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ปัญหาสำคัญทางกฎหมายคือ นิโคตินถุงโดยลักษณะที่แท้จริงมิใช่ “ยาสูบ” ตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 จึงยังไม่มีการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับนิโคตินถุงโดยตรง แม้กรมสรรพสามิตจะอาศัยการตีความจัดเก็บในฐานะ “ยาเคี้ยว” แต่นิยาม “ยาเคี้ยว” มุ่งหมายถึงผลิตภัณฑ์จากใบยาสูบ จึงไม่ครอบคลุมนิโคตินถุงที่ใช้นิโคตินสังเคราะห์ ก่อให้เกิดช่องว่างทางกฎหมาย 2 มิติ กล่าวคือมิติแรก อัตราภาษีที่จัดเก็บอยู่ต่ำมากและไม่สะท้อนอันตรายและขัดต่อหลักความเป็นธรรมทางภาษีเมื่อเทียบกับบุหรี่ซิกาแรต และมิติที่สอง ผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จำหน่ายนิโคตินถุงไม่ต้องขออนุญาตตามระบบใบอนุญาตของกรมสรรพสามิต ทำให้รัฐขาดกลไกในการกำกับดูแลห่วงโซ่อุปทานของผลิตภัณฑ์ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพนี้การค้นคว้าอิสระฉบับนี้ใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพโดยเน้นการวิจัยเอกสาร ครอบคลุม พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560, พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 และ กรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลก (WHO Framework Convention on Tobacco Control หรือ WHO FCTC) โดยเฉพาะในข้อ 6 ว่าด้วยเรื่องมาตรการด้านราคาและด้านภาษี และข้อ 7 ว่าด้วยมาตรการที่ไม่ใช่ราคา รวมถึงกฎหมายและเอกสารวิชาการที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังศึกษาเปรียบเทียบแนวทางของการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับนิโคตินถุงในประเทศสวีเดน ประเทศเดนมาร์ก และมลรัฐมินนิโซตา ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาในการเสนอแนะสำหรับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตในประเทศไทยผลการศึกษาพบว่าการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสินค้านิโคตินถุงในประเทศไทยมีปัญหาสำคัญ 2 ประการ ประการแรกคือปัญหาการจัดประเภทสินค้า เนื่องจากนิยาม “ยาเคี้ยว” ไม่ครอบคลุมนิโคตินถุงที่ใช้นิโคตินสังเคราะห์ ทำให้เกิดช่องว่างทางกฎหมายที่อาจถูกอาศัยในการหลีกเลี่ยงภาษีและหลบเลี่ยงระบบควบคุมด้วยใบอนุญาต ประการที่สองคือปัญหาด้านโครงสร้างอัตราภาษีที่มีการจัดเก็บตามฐานปริมาณ (น้ำหนัก) เพียงอย่างเดียวและเป็นอัตราที่ต่ำมาก ซึ่งไม่สะท้อนอันตรายจากปริมาณนิโคตินในผลิตภัณฑ์ที่มีปริมาณสูงและขัดต่อหลักความเป็นธรรมทางภาษี การค้นคว้าอิสระฉบับนี้จึงเสนอแนวทาง แก้ไข 2 ประการ ได้แก่ การออกกฎกระทรวงกำหนดให้นิโคตินถุงเป็น “ผลิตภัณฑ์อื่นใดที่บริโภคได้เช่นเดียวกับยาสูบ” ตามมาตรา 159 แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 เพื่อให้ครอบคลุมทั้งนิโคตินถุงที่มีใบยาสูบและนิโคตินสังเคราะห์ และนำผลิตภัณฑ์เข้าสู่ระบบควบคุมใบอนุญาต และการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับนิโคตินเป็นการเฉพาะ โดยการกำหนดอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับนิโคตินถุงโดยเฉพาะตามระบบผสม (Hybrid) ที่จัดเก็บตามปริมาณสารนิโคตินในลักษณะอัตราก้าวหน้าควบคู่กับฐานมูลค่า โดยกำหนดให้ส่วนหนึ่งของรายได้ที่จัดเก็บได้นำส่งเข้ากองทุน สสส. เพื่อใช้ในการรณรงค์ป้องกันการเสพติดสารนิโคตินในกลุ่มเยาวชนต่อไป |