|
การยกเว้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง: ศึกษากรณีเช่าทรัพย์สินเพื่อเป็นที่ทำการสถานทูต สถานกงสุล องค์การสหประชาชาติและองค์การระหว่างประเทศ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การยกเว้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง: ศึกษากรณีเช่าทรัพย์สินเพื่อเป็นที่ทำการสถานทูต สถานกงสุล องค์การสหประชาชาติและองค์การระหว่างประเทศ |
| Creator | กันต์ จันทรา |
| Contributor | สหธน รัตนไพจิตร, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2568 |
| Keyword | การยกเว้นภาษี, ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง, สถานทูต, สถานกงสุล, องค์การสหประชาชาติ, องค์การระหว่างประเทศ, Tax exemption, Land and building tax, Embassy, Consulate, United Nations, International organization |
| Abstract | พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 มาตรา 8(2) บัญญัติยกเว้นภาษีแก่ทรัพย์สินที่เป็นสถานที่ทำการของสถานทูต สถานกงสุล ตามหลักถ้อยทีถ้อยปฏิบัติ มาตรา 8(3) บัญญัติยกเว้นภาษีแก่องค์การสหประชาชาติ และองค์การระหว่างประเทศ ตามที่ประเทศไทยมีสนธิสัญญาหรือที่ประเทศไทยมีข้อตกลงผูกพัน ทำให้ทรัพย์สินที่เป็นสถานที่ทำการดังกล่าวที่ได้เช่าจากเอกชนได้รับการยกเว้นภาษี ซึ่งไม่เป็นไปตามหลักการทั่วไปของภาษีทรัพย์สินที่มุ่งจัดเก็บจากผู้เป็นเจ้าของทรัพย์ เกิดความไม่เป็นธรรมทางภาษี และขัดต่อหลักอำนวยรายได้ โดยการศึกษาฉบับนี้จะศึกษาหลักการทั่วไปของภาษีทรัพย์สิน หลักการระหว่างประเทศเกี่ยวกับเอกสิทธิ์การยกเว้นภาษีของสถานทูต สถานกงสุล องค์การสหประชาชาติ และองค์การระหว่างประเทศ รวมถึงศึกษากฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเปรียบเทียบกับกฎหมายภาษีโรงเรือนและที่ดินและรูปแบบการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในต่างประเทศจากการศึกษาพบว่า กฎหมายภาษีโรงเรือนและที่ดินทรัพย์สินที่เป็นสถานที่ทำการของสถานทูต สถานกงสุล องค์การสหประชาชาติ และองค์การระหว่างประเทศที่เช่าจากเอกชน เอกชนผู้ให้เช่ายังมีหน้าที่ต้องเสียภาษีอยู่ โดยนำค่าเช่ามาคำนวณเป็นค่ารายปีสำหรับเป็นฐานภาษีเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน แต่กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างบัญญัติให้ยกเว้นภาษีแก่ทรัพย์สินที่เป็นสถานที่ทำการของ สถานทูต สถานกงสุล องค์การสหประชาชาติ และองค์การระหว่างประเทศไม่ว่าจะถือครองกรรมสิทธิ์หรือเช่าจากหน่วยงานราชการหรือเอกชน ซึ่งกรุงเทพมหานครไม่ได้มีการเก็บภาษีดังกล่าวจากเอกชนผู้ให้เช่าทรัพย์สินแต่อย่างใด ดังนั้น หากมีการแก้ไขถ้อยคำบทบัญญัติในมาตรา 8(2) และมาตรา 8(3) จากคำว่า “ทรัพย์สินที่เป็นสถานที่ทำการ” เป็น “ทรัพย์สินของ” ก็จะทำให้เกิดเป็นไปตามหลักการทางภาษีทรัพย์สิน สร้างความเป็นธรรมระหว่างผู้เสียภาษี และสามารถอำนวยรายได้ให้แก่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดทำบริการสาธารณะเพื่อประชาชนในท้องถิ่นต่อไปได้ |