|
ปัญหาทางกฎหมายว่าด้วยหลักความเป็นกลางในสัญญาจ้างบุคลากรภาครัฐที่เป็นสัญญาทางปกครอง |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | ปัญหาทางกฎหมายว่าด้วยหลักความเป็นกลางในสัญญาจ้างบุคลากรภาครัฐที่เป็นสัญญาทางปกครอง |
| Creator | ขจรภพ พงศ์พิริยาภรณ์ |
| Contributor | นิรมัย พิศแข มั่นจิตร, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2568 |
| Keyword | หลักความเป็นกลาง, หลักความไม่มีส่วนได้เสีย, บุคลากรภาครัฐ, สัญญาทางปกครอง, นิติวิธี, ช่องว่างของกฎหมาย, Principle of impartiality, Rule against bias, State personnel, Administrative contract, Juristic method, Legal gaps |
| Abstract | การค้นคว้าอิสระนี้มุ่งศึกษาเกี่ยวกับหลักความเป็นกลาง หรือหลักความไม่มีส่วนได้เสีย ในการพิจารณาและการดำเนินการเกี่ยวกับคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการบริหารจัดการสัญญาจ้างบุคลากรภาครัฐที่เป็นสัญญาทางปกครอง หรือคำสั่งภายใต้กรอบของสัญญา ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อสถานภาพของสิทธิหรือหน้าที่ทั้งในทางที่เป็นคุณและเป็นโทษแก่พนักงานตามสัญญาจ้างบุคลากรภาครัฐ อันมีลักษณะเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นสืบเนื่องโดยตรงมาจากนิติสัมพันธ์ตามสัญญาจ้างบุคลากรภาครัฐที่เป็นสัญญาทางปกครอง กรณีจึงมิใช่เตรียมการและการดำเนินการของเจ้าหน้าที่เพื่อจัดให้มีคำสั่งทางปกครอง ซึ่งต้องอยู่ภายใต้บังคับของบทบัญญัติแห่งกฎหมายเกี่ยวกับหลักความเป็นกลาง หรือหลักความไม่มีส่วนได้เสีย ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ประกอบกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งในปัจจุบันก็ไม่ปรากฏว่ามีกฎหมายกลางหรือกฎเกณฑ์ทางกฎหมาย ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์ที่ประกันความเป็นธรรมหรือมาตรฐานในการปฏิบัติราชการที่ตราขึ้นในรูปแบบของกฎหมายลายลักษณ์อักษร ซึ่งบัญญัติไว้เป็นการเฉพาะเกี่ยวกับสัญญาจ้างบุคลากรภาครัฐที่เป็นสัญญาทางปกครอง ในอันที่ผู้ใช้กฎหมายจะสามารถนำมาใช้และตีความกฎหมายเป็นการเฉพาะให้ต้องแก่กรณี จึงทำให้มีช่องว่างของกฎหมายเกิดขึ้น กรณีจึงนำมาสู่ประเด็นปัญหาหลักของโจทย์วิจัยในเรื่องนี้ คือ การปราศจากบทบัญญัติแห่งกฎหมายเกี่ยวกับหลักความเป็นกลางในสัญญาจ้างบุคลากรภาครัฐที่เป็นสัญญาทางปกครอง ซึ่งเป็นการเปิดช่องให้พนักงานตามสัญญาจ้างบุคลากรภาครัฐ หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ และศาลปกครอง สามารถใช้ดุลพินิจพิจารณาข้อเท็จจริงที่แตกต่างกันได้อย่างหลากหลายในแต่ละกรณี ทั้งยังส่งผลโดยตรงให้เกิดปัญหาการใช้และการตีความกฎหมายเกี่ยวกับเหตุที่อาจถูกคัดค้านโดยสภาพภายนอกจิตใจ และสภาพร้ายแรงอันอาจทำให้การพิจารณาและการดำเนินการตามสิทธิหน้าที่ของคู่สัญญาไม่เป็นกลางโดยสภาพภายในจิตใจ ผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือขึ้นไป ซึ่งมีอำนาจในการพิจารณาเกี่ยวกับการขอถอนตัว การยื่นคำคัดค้าน การพิจารณาคำคัดค้าน การสั่งให้ผู้ถูกคัดค้านงดการปฏิบัติหน้าที่ การสั่งให้ผู้อื่นเข้าปฏิบัติหน้าที่แทน ตลอดจนผลทางกฎหมาย และข้อยกเว้นทางกฎหมายสำหรับสัญญาจ้างบุคลากรภาครัฐที่เป็นสัญญาทางปกครอง ผลการศึกษาพบว่ามีแนวทางสำหรับการแก้ไขปัญหาดังกล่าว แบบระยะสั้น (Short term) และแบบระยะยาว (Long term) แบ่งออกเป็นสองประการ ได้แก่ ประการที่หนึ่ง เป็นข้อเสนอแนะเกี่ยวกับนิติวิธีในการอุดช่องว่างของกฎหมาย คือ การใช้บทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่ง ซึ่งเป็นนิติวิธีในการใช้และตีความกฎหมายมหาชน หรือกฎหมายปกครอง โดยสอดคล้องกับหลักการพื้นฐานในระบบกฎหมายลายลักษณ์อักษร (Civil law) และหลักการพื้นฐานประการสำคัญของกฎหมายมหาชน หรือกฎหมายปกครอง ส่วนบทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่ง ซึ่งสมควรนำมาเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการอุดช่องว่างของกฎหมายที่เกิดขึ้น คือ กฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ประกอบกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง อนึ่ง สำหรับข้อยกเว้นทางกฎหมาย ซึ่งมีความมุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่ข้อเท็จจริงเป็นการเฉพาะกรณี ผู้ใช้กฎหมายจึงต้องตีความตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวอย่างเคร่งครัด กรณีจึงไม่สามารถนำข้อยกเว้นทางกฎหมายของกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง เพื่อนำมาใช้ในการอุดช่องว่างของกฎหมายที่เกิดขึ้นได้ ประการที่สอง เป็นข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการตรากฎหมายแม่บท ในรูปแบบของพระราชบัญญัติ โดยฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาทางกฎหมายว่าด้วยหลักความเป็นกลางในสัญญาจ้างบุคลากรภาครัฐที่เป็นสัญญาทางปกครอง อันเป็นหลักประกันสิทธิและเสรีภาพให้แก่พนักงานตามสัญญาจ้างบุคลากรภาครัฐ ซึ่งเป็นแหล่งที่มาและข้อจำกัดในการใช้อำนาจของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามหลักความชอบด้วยกฎหมายของการกระทำทางปกครอง ในการจัดทำบริการสาธารณะ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการบริหารราชการแผ่นดินของฝ่ายบริหาร ให้เป็นไปโดยบรรลุวัตถุประสงค์ ตลอดจนส่งผลให้การพิจารณาพิพากษาอรรถคดีของฝ่ายตุลาการในกระบวนการยุติธรรมทางปกครอง ตามหลักการแบ่งแยกอำนาจ ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานในนิติรัฐ หรือรัฐเสรีประชาธิปไตย หรือการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล ด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม ทัดเทียมนานาอารยประเทศต่อไป |