|
ปัญหาว่าด้วยความไม่สอดคล้องของการคุ้มครองสิทธิในการชุมนุมโดยสงบตามกฎหมายไทยกับกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ค.ศ. 1966 |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | ปัญหาว่าด้วยความไม่สอดคล้องของการคุ้มครองสิทธิในการชุมนุมโดยสงบตามกฎหมายไทยกับกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ค.ศ. 1966 |
| Creator | ศิริวรรณ เจนจบ |
| Contributor | นพดล เดชสมบูรณ์รัตน์, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2568 |
| Keyword | สิทธิในการชุมนุมโดยสงบ, การจำกัดสิทธิในการชุมนุมโดยสงบ, กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ค.ศ. 1966, Right of peaceful assembly, Restrictions on right of peaceful assembly, International Covenant on Civil and Political Rights 1966 (ICCPR) |
| Abstract | สิทธิในการชุมนุมโดยสงบเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานและเป็นรากฐานที่สำคัญของการปกครองระบอบประชาธิปไตยและเป็นสิทธิที่ได้รับการรับรองไว้ในกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายขององค์การในภูมิภาคต่าง ๆ ดังปรากฏอยู่ในสนธิสัญญาหลายฉบับ โดยกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ค.ศ. 1966 (International Covenant on Civil and Political Rights: ICCPR) เป็นสนธิสัญญาลายลักษณ์อักษรฉบับหนึ่งซึ่งถูกจัดทำขึ้นโดยองค์การสหประชาชาติ ประกอบด้วยรัฐสมาชิกต่าง ๆ ทั่วทุกมุมโลก และถูกนำมาใช้เป็นต้นแบบในการกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำของสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองภายในของรัฐภาคีต่าง ๆ อันรวมไปถึงสิทธิในการชุมนุมโดยสงบ ตามพันธกรณีของกติกาฯ ฉบับนี้ เมื่อรัฐใดได้เข้าร่วมเป็นรัฐภาคี รัฐภาคีนั้นจึงมีหน้าที่ปฏิบัติตามพันธกรณีทั้งในส่วนของการกำหนดกฎหมายภายในและแนวทางการปฏิบัติภายในของรัฐภาคีให้เป็นไปตามหลักการของกติกาฯ ฉบับนี้ หากปรากฏว่ากฎหมายหรือแนวทางการปฏิบัติภายในของรัฐไม่สอดคล้องกับกติกาฯ ฉบับนี้ ย่อมถือว่ารัฐนั้นมิได้มีปฏิบัติให้เป็นไปตามพันธกรณีหรือละเมิดกติกาฯสิทธิในการชุมนุมโดยสงบตามความในข้อ 21 ของกติกาฯ ฉบับนี้ได้สร้างพันธกรณีในการรับรอง คุ้มครอง และส่งเสริมสิทธิในการชุมนุมโดยสงบต่อรัฐภาคี ซึ่งรัฐภาคีมีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามพันธกรณีทั้งในส่วนของการกำหนดกฎหมายและแนวทางการปฏิบัติภายในของรัฐภาคีให้เป็นไปตามหลักการของกติกาฯ หากรัฐภาคีมิได้มีปฏิบัติให้เป็นไปตามพันธกรณีหรือละเมิดสิทธิในการชุมนุมโดยสงบตามความในกติกาฯ แล้วย่อมเป็นการแสดงให้เห็นถึงพันธกรณีในการคุ้มครองสิทธิในการชุมนุมโดยสงบภายในของรัฐภาคีอันบกพร่องและขาดประสิทธิภาพที่เพียงพอต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย เช่นนี้ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศไทยซึ่งเป็นรัฐภาคีของกติกาฯ ฉบับนี้จะต้องทบทวนบทบัญญัติกฎหมายและแนวทางการปฏิบัติภายในที่ไม่สอดคล้องกับกติกาฯ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการละเมิดสิทธิในการชุมนุมโดยสงบจากการศึกษาเรื่อง “ปัญหาความไม่สอดคล้องของการคุ้มครองสิทธิในการชุมนุมโดยสงบตามกฎหมายไทยกับกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ค.ศ. 1966” พบว่าประเทศไทยได้ลงนามเข้าร่วมเป็นภาคีของกติกาฯ ฉบับนี้และให้สัตยาบันตั้งแต่เมื่อปี พ.ศ. 2539 แต่เมื่อพิจารณาถึงความสอดคล้องของมาตรฐานการรับรอง คุ้มครอง และส่งเสริมสิทธิในการชุมนุมโดยสงบตามกฎหมายไทยนั้น จะพบว่าการคุ้มครองสิทธิในการชุมนุมโดยสงบตามกฎหมายไทยยังคงมีปัญหาความไม่สอดคล้องกับกติกาฯ ทั้งในภาวะปกติและในภาวะฉุกเฉินเกี่ยวกับปัญหาในเชิงบทบัญญัติกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายอันนำมาสู่การปัญหาการละเมิดสิทธิในการชุมนุมโดยสงบในปัจจุบัน ตามความในข้อ 21 วรรคหนึ่ง ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ค.ศ. 1966 นี้ได้บัญญัติรับรอง คุ้มครอง และส่งเสริมสิทธิในการชุมนุมโดยสงบตามมาตรฐานขั้นต่ำของกติกาฯ ซึ่งการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธใด ๆ อาจได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายและอาจถูกจำกัดได้ในกรณีในภาวะปกติตามความในข้อ 21 วรรคสอง ของกติกาฯ ฉบับนี้เพื่อประโยชน์แห่งความมั่นคงของชาติ หรือความปลอดภัย ความเรียบร้อย การสาธารณสุข หรือศีลธรรมของประชาชน และในภาวะฉุกเฉินสาธารณะซึ่งคุกคามความอยู่รอดของชาติตามความในข้อ 4 ของกติกาฯ หากแต่การจำกัดสิทธิในการชุมนุมโดยสงบใด ๆ จะกระทำมิได้ นอกเสียจากจะเป็นการจำกัดสิทธิในการชุมนุมโดยสงบที่มีความสอดคล้องกับกฎหมายและบทบัญญัติในกติกาฯ และมีความเกี่ยวข้องกับสิทธิในการชุมนุมโดยสงบเพียงเท่าที่จำเป็นตามความฉุกเฉินของสถานการณ์ และเพียงเท่าที่จำเป็นสำหรับสังคมประชาธิปไตยอย่างไรก็ดี เนื่องจากกติกาฯ เพียงแต่กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำที่รัฐภาคีจะต้องเคารพและนำไปปฏิบัติตามในเบื้องต้นโดยไม่ได้ลงรายละเอียดต่าง ๆ ในเนื้อหาของกฎเกณฑ์ตามกฎหมายภายอันเป็นสิ่งที่รัฐภาคีแต่ละประเทศจะต้องนำไปปรับใช้ให้ได้อย่างเหมาะสมกับสภาพสังคมของตน ฉะนั้นแล้ว วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จะได้ศึกษาถึงข้อความคิดทั่วไปและหลักเกณฑ์พื้นฐานว่าด้วยสิทธิในการชุมนุมโดยสงบตามกติกาฯ ฉบับนี้ควบคู่ไปกับเอกสารพื้นฐานของกติกาฯ ฉบับนี้ กล่าวคือ ความคิดเห็นทั่วไป ฉบับที่ 37 (General Comment No.37) เรื่อง สิทธิในการชุมนุมโดยสงบ (Right of peaceful assembly) ความเห็นทั่วไป ฉบับที่ 29 (General Comment No. 29) เรื่อง ข้อสังเกตของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนต่อมาตรการที่เป็นการเลี่ยงหรือระงับการปฏิบัติตามพันธกรณีตามมาตรา 4 แห่งกติกาฯ ฉบับนี้ (Derogations during a State of Emergency the Human Rights Committee) ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (Human Rights Committee) ซึ่งเป็นเครื่องมือในการตีความสนธิสัญญาซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ และหลักการซิรากูซาว่าด้วยการเลี่ยงและการระงับพันธกรณีภายใต้บทบัญญัติแห่งกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (The Siracusa principles on the Limitation and Derogation Provisions in the International Covenant on Civil and Political Rights) ซึ่งถูกจัดทำขึ้นเพื่ออธิบายบทบัญญัติเกี่ยวกับการเลี่ยงหรือระงับการปฏิบัติตามพันธกรณีต่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตามข้อ 4 ของกติกาฯ ฉบับนี้เพื่อต้องการที่จะนำเสนอให้เห็นถึงแนวทางการรับรอง คุ้มครอง และส่งเสริมสิทธิในการชุมนุมโดยสงบที่มีความสอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำตามความในข้อ 21 ของกติกาฯ ฉบับนี้อันเพียงพอต่อการนำมาปรับปรุงแก้ไขบทบัญญัติกฎหมายและสร้างแนวทางการปฏิบัติภายในที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย เพื่อเป็นการรับรอง คุ้มครอง และส่งเสริมให้บุคคลทั้งหลายในสังคมไทยสามารถแสดงออกถึงตัวตนของพวกเขาร่วมกับผู้อื่นได้อย่างสมัครสมานสามัคคี สามารถแสดงออกร่วมกันและมีส่วนร่วมในการร้องเรียนปัญหาความเดือดร้อน การเลือกเปลี่ยนความคิด และการผลักดันเป้าหมายเพื่อก่อให้เกิดการมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึงสำหรับแนวทางการเปลี่ยนแปลงสังคมและการแก้ไขปัญหาโดยสันติ บนพื้นฐานหลักการประชาธิปไตย สิทธิมนายชน หลักนิติรัฐหรือนิติธรรม และพหุนิยมของประเทศไทย และยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองสิทธิในการชุมนุมโดยสงบตามกติกาฯ ฉบับนี้ ให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่ดีต่อไป |