|
มาตรการทางกฎหมายในการจัดการเศษโลหะที่มีการปนเปื้อนทางรังสี |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | มาตรการทางกฎหมายในการจัดการเศษโลหะที่มีการปนเปื้อนทางรังสี |
| Creator | ฐาปนีย์ มณีรัตน์ |
| Contributor | อำนาจ วงศ์บัณฑิต, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2568 |
| Keyword | เศษโลหะที่มีการปนเปื้อนทางรังสี, ต้นกำเนิดรังสีกำพร้า, กากกัมมันตรังสี, Radioactively contaminated scrap metal, Orphan sources, Radioactive waste |
| Abstract | การค้นคว้าอิสระฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิด หลักการ และมาตรการทางกฎหมายเกี่ยวกับการจัดการเศษโลหะที่มีการปนเปื้อนทางรังสี รวมถึงวิเคราะห์เปรียบเทียบมาตรการทางกฎหมายของประเทศไทยกับกฎหมายของต่างประเทศ ได้แก่ ประเทศเนเธอร์แลนด์และสเปน เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมในการปรับปรุงมาตรการทางกฎหมายของประเทศไทยให้มีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นจากการศึกษาพบว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายเฉพาะที่ใช้กำกับดูแลเศษโลหะที่มีการปนเปื้อนทางรังสีอย่างเป็นระบบ แม้จะมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับ เช่น พระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. 2559 พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 รวมถึงพระราชบัญญัติควบคุมการขายทอดตลาดและค้าของเก่า พ.ศ. 2474 แต่ยังคงมีช่องว่างในการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะการขาดมาตรการบังคับให้สถานประกอบการรับซื้อของเก่าหรือโรงงานหลอมโลหะต้องติดตั้งเครื่องตรวจวัดรังสีเพื่อป้องกันการปนเปื้อนรังสีตั้งแต่ต้นทาง นอกจากนี้ ยังมีปัญหาการผลักภาระค่าใช้จ่ายในการจัดการกากกัมมันตรังสีให้แก่ผู้ประกอบการที่ครอบครองเศษโลหะปนเปื้อนรังสีโดยสุจริต และทำให้เกิดแรงจูงใจในการลักลอบทิ้งเศษโลหะปนเปื้อน อีกทั้งการบูรณาการ ระหว่างหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องยังมีลักษณะแยกส่วนกำกับดูแลและขาดระบบฐานข้อมูลร่วมกัน เมื่อศึกษาเปรียบเทียบกับต่างประเทศ พบว่าประเทศเนเธอร์แลนด์มีมาตรการเชิงรุกในการออกกฎหมายลำดับรองบังคับติดตั้งเครื่องตรวจวัดรังสีและมีกลไกหลักประกันทางการเงินรองรับความเสี่ยง ส่วนประเทศสเปนมีความโดดเด่นในการสร้างข้อตกลงความร่วมมือแบบสมัครใจระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อเฝ้าระวังทางรังสีร่วมกันการค้นคว้าอิสระฉบับนี้ ผู้เขียนจึงได้เสนอให้แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติในพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. 2559 เพื่อกำหนดนิยามของผู้ก่อให้เกิดกากกัมมันตรังสีให้ชัดเจนและให้ความคุ้มครองแก่ผู้ครอบครองโดยสุจริต พร้อมกระบวนการทางกฎหมายเมื่อวัสดุกัมมันตรังสีหลุดพ้นจากการควบคุม นอกจากนี้ ควรออกกฎหมายลำดับรองเพื่อกำหนดให้สถานประกอบการต้องติดตั้งระบบตรวจวัดรังสี และแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติกฎหมายเพื่อขยายขอบเขตการวางหลักประกันทางการเงินให้ครอบคลุมผู้ประกอบการเศษโลหะที่ไม่ใช่ผู้รับใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ ตลอดจนสนับสนุนให้เกิดแนวปฏิบัติความร่วมมือแบบสมัครใจระหว่างภาครัฐและเอกชน และการเชื่อมโยงฐานข้อมูลการเฝ้าระวังทางรังสี เพื่อให้การจัดการปัญหาเศษโลหะที่ปนเปื้อนรังสีของประเทศไทยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล |