พัฒนาการของข้อความคิดว่าด้วยคำมั่น
รหัสดีโอไอ
Title พัฒนาการของข้อความคิดว่าด้วยคำมั่น
Creator ธัชกร โคตรจันทร์
Contributor กรศุทธิ์ ขอพ่วงกลาง, ที่ปรึกษา
Publisher มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Publication Year 2568
Keyword คํามั่น, นิติกรรมฝ่ายเดียว, บ่อเกิดแห่งหนี้, กฎหมายเปรียบเทียบ, Promise, Unilateral juridical act, Sources of obligations, Comparative law
Abstract วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ศึกษาปัญหาผลผูกพันและสภาพบังคับของคำมั่นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งมีปัญหาทั้งทางทฤษฎีและทางปฏิบัติที่ไม่สอดคล้องกันระหว่างข้อความคิดเรื่องนิติกรรมฝ่ายเดียวกับระบบสัญญา ปัญหาดังกล่าวมีที่มาจากการร่างกฎหมายของไทยในอดีตที่มีการรับหลักกฎหมายต่างประเทศที่หลากหลาย กล่าวคือ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บัญญัติรับรองให้คำมั่นว่าจะให้รางวัลและคำมั่นประกวดชิงรางวัลในมาตรา 362 และมาตรา 365 สอดคล้องกับทฤษฎีการแสดงเจตนาฝ่ายเดียวของระบบกฎหมายเยอรมันอันมีผลผูกพันได้โดยลำพัง ทว่าการจัดวางหมวดหมู่ข้อความคิดว่าด้วยคำมั่นว่าจะซื้อหรือขายนั้น อยู่ภายใต้ลักษณะสัญญาตามแนวทางของระบบกฎหมายฝรั่งเศส ประกอบกับนักกฎหมายไทยในยุคแรกมีความคุ้นเคยกับการอธิบายความผูกพันแห่งหนี้ผ่านระบบสัญญาภายใต้หลักความตกลงพ้องต้องกันของเจตนาตามระบบกฎหมายฝรั่งเศส ควบคู่กับหลักคำขอและคำรับ (เทียบได้กับหลักคำเสนอและคำสนองในปัจจุบัน) ของระบบกฎหมายอังกฤษ ส่งผลให้เกิดข้อถกเถียงในทางตำราแยกออกเป็นสองแนวทางในการตีความสถานะทางกฎหมายคำมั่น ระหว่างฝ่ายที่เห็นว่าเป็นนิติกรรมฝ่ายเดียวก่อหนี้ได้โดยลำพัง กับฝ่ายที่เห็นว่าเป็นขั้นตอนก่อนสัญญา ศาลฎีกาจึงนำหลักเกณฑ์เรื่องการสนองรับสัญญาเข้ามาปรับใช้ทับซ้อนกับคำมั่นเพื่อหาทางออกในการวินิจฉัยคดี ข้อพิจารณาเกี่ยวกับบ่อเกิดแห่งหนี้ของคำมั่นจึงจำต้องได้รับการอธิบายเพื่อสร้างความชัดเจนในกฎหมายลักษณะหนี้มาจนถึงปัจจุบัน การศึกษานี้จึงมุ่งสืบค้นพัฒนาการเพื่อจัดระบบโครงสร้างทางทฤษฎี โดยอาศัยวิธีการศึกษาประวัติศาสตร์กฎหมายและกฎหมายเปรียบเทียบกับระบบกฎหมายฝรั่งเศส ระบบกฎหมายเยอรมัน ระบบกฎหมายอังกฤษ และระบบกฎหมายสกอต ควบคู่กับการสืบค้นบันทึกรายงานการประชุมตรวจพิจารณาร่างประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. 2468 และตำรากฎหมายทั้งของไทยและต่างประเทศ ผลการศึกษาพบว่า ระบบกฎหมายไทยมีบทบัญญัติทั่วไปรองรับนิติกรรมฝ่ายเดียวซึ่งก่อให้เกิดหนี้ได้อย่างแจ้งชัดในมาตรา 362 และมาตรา 365 โดยคำมั่นว่าจะให้รางวัลและคำมั่นประกวดชิงรางวัลมีสถานะเป็นนิติกรรมฝ่ายเดียวนับแต่แสดงเจตนาโฆษณาต่อสาธารณะ หนี้ในการให้รางวัลจึงเกิดผลสมบูรณ์ด้วยผลของกฎหมายโดยไม่จำต้องอาศัยระบบสัญญา ส่วนพฤติการณ์ภายนอกที่บุคคลเข้ามาทำการงานสำเร็จหรือชนะการประกวดในภายหลังนั้น เป็นเพียงเงื่อนไขบังคับก่อน หาใช่คำสนองในลักษณะสัญญาที่จะก่อตั้งนิติสัมพันธ์ขึ้นใหม่ สำหรับคำมั่นว่าจะซื้อหรือขายตามมาตรา 454 และคำมั่นว่าจะให้เช่าซึ่งเป็นนิติกรรมไม่มีชื่อ มีผลผูกพันแยกกันตามลำดับเวลา โดยในขั้นแรกเกิดผลเป็นนิติกรรมฝ่ายเดียวห้ามถอนคำมั่น และจะบังคับให้เกิดเป็นสัญญาในอนาคตได้เมื่อมีการบอกกล่าวความจำนงตามมาตรา 454 วรรคหนึ่ง นอกจากนี้ การที่กฎหมายกำหนดให้มีหลักฐานเป็นหนังสือตามมาตรา 456 วรรคสอง หรือมาตรา 526 เป็นเพียงเกณฑ์ในฟ้องร้องบังคับคดีเท่านั้น ไม่มีผลต่อการเกิดขึ้นหรือต่อความสมบูรณ์ของคำมั่น แม้ไม่ทำตามก็ผูกพันในลักษณะของหนี้ในธรรม แตกต่างจากในระบบกฎหมายสกอตซึ่งหากไม่ทำตามแบบ คำมั่นไม่เกิดขึ้น วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีข้อเสนอแนะว่า ในทางทฤษฎีควรอธิบายคำมั่นว่าจะให้รางวัลว่าก่อหนี้โดยไม่จำต้องอาศัยการสนองรับในลักษณะสัญญาเมื่อเงื่อนไขตามคำมั่นสำเร็จลง สำหรับคำมั่นว่าจะซื้อหรือขาย และคำมั่นว่าจะให้เช่า ควรอธิบายโดยแยกตามช่วงเวลา ในช่วงแรก คำมั่นก่อหนี้ ผู้ให้คำมั่นจึงห้ามถอนคำมั่นบนฐานของนิติกรรมฝ่ายเดียวเพื่อคุ้มครองความไว้วางใจของผู้รับคำมั่นอันสอดคล้องกับหลักสุจริต และในช่วงที่สองเมื่อมีการบอกกล่าวความจำนงโดยผู้รับคำมั่นว่าจะทำการซื้อขายหรือเช่า ให้นำหลักเกณฑ์ในเรื่องสัญญามาพิจารณาเพื่อบังคับหนี้ตามสัญญาสัญญาซื้อขายหรือสัญญาเช่าต่อไป การแยกแยะช่วงเวลาดังกล่าวจะช่วยให้ความเข้าใจทางทางทฤษฎีในเรื่องคำมั่นมีความชัดเจน และสร้างความแน่นอนมั่นคงในระบบบ่อเกิดแห่งหนี้ของกฎหมายไทย
Thammasat University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ