ความรับผิดทางอาญา: ศึกษากรณีการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ระหว่างคู่สมรสตามมาตรา 71 วรรคหนึ่ง
รหัสดีโอไอ
Title ความรับผิดทางอาญา: ศึกษากรณีการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ระหว่างคู่สมรสตามมาตรา 71 วรรคหนึ่ง
Creator ธัญพิชชา วงศ์อัศวเวศย์
Contributor มาตาลักษณ์ เสรเมธากุล, ที่ปรึกษา
Publisher มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Publication Year 2568
Keyword ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์, ความรุนแรงในครอบครัว, คู่สมรส, Domestic violence, Property crimes, Spouses
Abstract การศึกษาครั้งนี้มุ่งวิเคราะห์ขอบเขตและปัญหาของการบังคับใช้มาตรา 71 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งบัญญัติให้การกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์บางฐานที่สามีกระทำต่อภริยา หรือภริยากระทำต่อสามี เป็นเหตุให้ผู้กระทำไม่ต้องรับโทษ แม้การกระทำนั้นจะเข้าองค์ประกอบความผิดทางอาญาฐานลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ ฉ้อโกง โกงเจ้าหนี้ ยักยอก รับของโจร หรือทำให้เสียทรัพย์ก็ตาม บทบัญญัตินี้สะท้อนเจตนารมณ์ทางกฎหมายที่มุ่งคุ้มครองสถาบันครอบครัว ลดภาระของศาล และป้องกันมิให้กฎหมายอาญาถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งหรือกดดันคู่สมรสในข้อพิพาทส่วนตัวอย่างไรก็ดี การยกเว้นโทษโดยบทบัญญัติดังกล่าวได้ก่อให้เกิดปัญหาหลายประการในทางปฏิบัติ ประการแรก ในกรณีที่ผู้เสียหายเป็นคู่สมรสที่อยู่ในสถานะด้อยอำนาจหรือเสียเปรียบ โดยเฉพาะผู้หญิงที่ต้องพึ่งพาทางเศรษฐกิจจากคู่สมรส ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงการคุ้มครองสิทธิทางอาญาได้อย่างเท่าเทียม เช่น คำพิพากษาฎีกาที่ 3756–3757/2550 วินิจฉัยว่าสามีที่ลักทรัพย์ภริยา แม้เข้าลักษณะความผิดตามมาตรา 335 และมีเหตุเพิ่มโทษตามมาตรา 336 ทวิ ก็ยังได้รับการยกเว้นโทษตามมาตรา 71 วรรคหนึ่ง ซึ่งตอกย้ำข้อจำกัดของกฎหมายในการคุ้มครองผู้เสียหาย นอกจากนี้ คำพิพากษาฎีกาที่ 221/2528 ก็ยืนยันหลักการเดียวกัน แม้กรณีผู้กระทำร่วมกับบุคคลอื่นก็ยังคงได้รับการยกเว้นโทษประการที่สอง การยกเว้นโทษดังกล่าวอาจบั่นทอนประสิทธิภาพของกฎหมายอาญาในการจัดการกับความรุนแรงในครอบครัวและการเอารัดเอาเปรียบเชิงเศรษฐกิจ (economic abuse) ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์สำคัญในความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด ข้อมูลเชิงสถิติ (1 ตุลาคม 2567 – 30 กันยายน 2568) ระบุว่ามีการสอบข้อเท็จจริงกรณีความรุนแรงในครอบครัว 2,007 เรื่อง โดยเกือบครึ่งหนึ่งมีคู่สมรสเป็นผู้กระทำ และในจำนวนนี้สามีเป็นผู้กระทำมากถึง 83.23% นอกจากนี้ การกระทำความรุนแรงในรูปแบบการทำลายทรัพย์สินมีถึง 178 เรื่อง ซึ่งแม้จะน้อยกว่าการทำร้ายร่างกาย แต่มีนัยสำคัญเชิงโครงสร้างที่สะท้อนให้เห็นว่าทรัพย์สินเป็นทั้งเป้าหมายของความรุนแรง และเป็นเครื่องมือในการควบคุมหรือบีบบังคับคู่สมรส อีกทั้งยังสัมพันธ์กับปัจจัยด้านความเครียดทางเศรษฐกิจที่ปรากฏเป็นเหตุในกว่า 12% ของกรณีทั้งหมด ซึ่งยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างปัญหาทางเศรษฐกิจกับการเกิดความรุนแรงในครอบครัวประการที่สาม บทบัญญัติมาตรา 71 วรรคหนึ่ง ยังมีความไม่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างครอบครัวและพัฒนาการของกฎหมายไทยในปัจจุบัน โดยเฉพาะในประเด็นการยอมรับสมรสเท่าเทียมและคู่ชีวิตเพศเดียวกัน แม้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในปัจจุบันจะได้มีการแก้ไขเพื่อรับรองสิทธิความเท่าเทียมระหว่างคู่สมรสทุกเพศ แต่กฎหมายอาญายังคงใช้ถ้อยคำว่า “สามี” และ “ภริยา” ทำให้คู่สมรสเพศเดียวกันไม่สามารถอ้างสิทธิยกเว้นโทษได้ ดังนั้น การศึกษานี้จึงมีความสำคัญในหลายมิติ ทั้งการชี้ให้เห็นข้อจำกัดของมาตรา 71 วรรคหนึ่ง ต่อสิทธิของผู้เสียหายในครอบครัว การสะท้อนปัญหาความไม่สอดคล้องกับหลักความเสมอภาคและสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ตลอดจนความจำเป็นในการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายให้สอดรับกับบริบทสังคมไทยที่เปลี่ยนแปลงไป โดยการวิจัยจะนำไปสู่ข้อเสนอแนะเพื่อให้มาตรา 71 วรรคหนึ่ง มีความยืดหยุ่นและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น ทั้งต่อการคุ้มครองสถาบันครอบครัว และการสร้างความสมดุลกับสิทธิของผู้เสียหายและมาตรฐานสากล
Thammasat University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ