รูปแบบและกลยุทธ์ TikTok เพื่อการศึกษาสำหรับเด็กประถมศึกษา (อายุ 10-12 ปี)
รหัสดีโอไอ
Title รูปแบบและกลยุทธ์ TikTok เพื่อการศึกษาสำหรับเด็กประถมศึกษา (อายุ 10-12 ปี)
Creator วันวิวาห์ จำปาทอง
Contributor อดิพล เอื้อจรัสพันธุ์, ที่ปรึกษา
Publisher มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Publication Year 2566
Keyword ติ๊กตอก, TikTok เพื่อการศึกษา, เด็กวัยประถมศึกษา, กลยุทธ์ของแอปพลิเคชัน TikTok, TikTok, TikTok for education, Primary school age children, TikTok application strategy
Abstract งานวิจัยเรื่อง รูปแบบและกลยุทธ์ TIKTOK เพื่อการศึกษาสำหรับเด็กประถมศึกษา (อายุ 10-12 ปี) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบและคุณลักษณะของ TIKTOK เพื่อการศึกษาสำหรับเด็ํกประถมศึกษา และศึกษากลยุทธ์ที่เหมาะสมในการใช้ TIKTOK เพื่อการศึกษาสำหรับเด็ํกประถมศึกษา เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก (In-depth interview) จากผู้ตอบแบบสัมภาษณ์ตามหัวข้อที่ได้กำหนดไว้ โดยมีการเตรียมคำถามปลายเปิดให้ให้ได้มาซึ่งข้อมูลเชิงลึกที่สามารถแสดงทัศนคติและมุมมองของผู้ตอบแบบสอบถามผลการศึกษาพบว่า รูปแบบและคุณลักษณะของ TIKTOK เพื่อการศึกษาสำหรับเด็ํกประถมศึกษประกอบด้วย 3 รูปแบบ ได้แก่ 1) รูปแบบการตอบคำถาม 2) รูปแบบการเล่าเรื่อง และ3) รูปแบบการสาธิต และ6 ลักษณะ ประกอบด้วย 1) ระยะเวลาสั้นกระชับ 2) ดึงดูดความสนใจของเด็ก 3)สอดแทรกเนื้อหาการเรียนรู้ 4) พัฒนาทักษะด้านต่างๆ 5) ส่งเสริมการมีส่วนร่วม และ6) เปิดโอกาสให้เด็กนักเรียนเป็นผู้สร้างคลิป ในส่วนของกลยุทธ์ที่เหมาะสมในการใช้ TIKTOK เพื่อการศึกษสำหรับเด็กประถมศึกษาโดยวิเคราะห์ตามองค์ประกอบของการสื่อสาร (SMCR) ประกอบด้วย 1. ผู้ส่งสารหรือแหล่งกำเนิดสาร (Sender / Source) แบ่งได้เป็นสามกลุ่ม ได้แก่ 1) ครูที่เข้าใจเนื้อหาการสอนและถ่ายทอดออกมาได้อย่างเหมาะสม มีความสามารถในการสร้างสื่อการสอน มีการพัฒนาตนเอง และมีการประเมินผลหลังการสอน 2) นักเรียนมีความเข้าใจในเนื้อหาที่เรียน ส่วนร่วมในชั้นเรียน และกล้าแสดงออก และลงมือทำ 3) ผู้ปกครอง เปรียบเสมือนผู้สนับสนุน ช่วยเตรียมอุปกรณ์สำหรับเด็ก การตัดต่อคลิป และ ทำความเข้าใจบทเรียนพร้อมไปกับการเรียนรู้และทำกิจกรรมร่วมกับผู้เรียน2. สาร (Message) ประกอบไปด้วย 1) กลยุทธ์การใช้เนื้อหาความรู้ คือเนื้อหาความรู้พื้นฐาน สามารถทำความเข้าใจได้ผ่านสื่อการสอนภายในระยะเวลาสั้น 2) กลยุทธ์การใช้เพลงเพื่อดึงดูดความสนใจแก่ผู้เรียน 3) กลยุทธ์การใช้ภาพนิ่งหรือวิดิโอในการประกอบสื่อการสอน นและเรียนรู้เนื้อหาอย่างเป็นรูปธรรม 4) กลยุทธ์การใช้การ์ตูนเพื่อดึงดูดความสนใจแก่ผู้เรียน 3. สื่อหรือช่องทางการส่งสาร (Channel) ได้แก่ 1) แอพพลิเคชั่นสามารถให้ผู้ใช้งานเป็นทั้งผู้ส่งและผู้รับสารได้ มีรูปแบบการใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน เหมาะกับเด็กประถมปลายที่เหมาะกับกิจกรรมที่ไม่ซับซ้อนมาก มีฟังก์ชั่นเสริมต่างๆที่มีส่วนช่วยในการสร้างความสนุก 2) ครูเปิดโอกาศให้นักเรียนแสดงความเห็น หลังจากการรับชมคลิปวิดิโอสื่อการสอ และการตอบคำถามหรือแบ่งกลุ่มทำกิจกรรม 4. ผู้รับสาร (Receiver) เด็กได้แสดงความคิดเห็น(Feedback) หลังจากรับชมคลิปวิดิโอที่ครูผู้สอน เพื่อให้ครูนําคําตอบและมุมมองของเด็กนักเรียนมาวิเคราะห์(Decodes) ถึงประสิทธิภาพที่ได้จากการใช้สื่อสารสอน 5. สิ่งรบกวน (Noise) ได้แก่ 1. ขอบเขตด้านเนื้อหา คือ อาจเกิดการลอกเลียนแบบจากการรับชมสื่อที่ไม่เหมาะสมและได้รับสารที่ผิดหากไม่ผ่านการกรองของผู้ปกครอง โดยการแก้ปัญหาของอุปสรรคข้างต้นคือผู้ปกครองสามารถตั้งค่าในการคัดกรองเนื้อหาภายในแอพพลิเคชั่น TIKTOK ให้เหมาะสมสำหรับเด็ก เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น และ 2. ข้อจำกัดด้านระยะเวลา เนื่อจาก ในการรับชมสื่อผ่านหน้าจอเป็นเวลานาน อาจส่งผลต่อกล้ามเนื้อตาหากมีการจ้องหรือรับชมสื่อเป็นเวลานานจนเกินไป ซึ่งทางออกในการป้องกันปัญหา คือ การออกแบบสื่อที่มีความสั้น กระชับ ไม่ให้เด็กใช้เวลาอยู่กับสื่อเป็นเวลานาน และมีการเรียนรู้ผ่านสื่อสลับกับการเรียนในตำราเป็นหลัก
Thammasat University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ