|
การนำนโยบายด้านการบริหารจัดการความโปร่งใสไปปฏิบัติ: กรณีศึกษา สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ในยุคการบริหารโดย พล.ต.อ. ดร. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การนำนโยบายด้านการบริหารจัดการความโปร่งใสไปปฏิบัติ: กรณีศึกษา สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ในยุคการบริหารโดย พล.ต.อ. ดร. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง |
| Creator | กฤตพจน์ คนกล้า |
| Contributor | วสันต์ เหลืองประภัสร์, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2566 |
| Keyword | แผนการป้องกันภัยในช่วงเทศกาล, แผนแม่บทด้านการป้องกันภัยในช่วงเทศกาล, บทบาทของหน่วยงานภาครัฐ, Transparency management policy implementation, Football Association of Thailand (FAT), Good corporate governance |
| Abstract | การศึกษาค้นคว้าอิสระในครั้งนี้ ใช้วิธีการศึกษาด้วยการวิจัยเชิงคุณภาพ ประเภทการศึกษาค้นคว้าข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการขับเคลื่อนนโยบายด้านการบริหารจัดการความโปร่งใส เพื่อประเมินผลของการนำนโยบายด้านการบริหารจัดการความโปร่งใสไปปฏิบัติ ในยุคการบริหารโดย พล.ต.อ. ดร. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง โดยใช้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี 5 ประการ ภายใต้แนวคิดบรรษัทภิบาลมาใช้ในการประเมินผล และเพื่อเสนอแนะแนวทางในการแก้ไขปัญหาของการนำนโยบายด้านการบริหารจัดการความโปร่งใสไปปฏิบัติและปรับปรุงให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น โดยกลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญที่ใช้ในการศึกษาประกอบด้วย ผู้บริหารระดับสูงที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการบริหารจัดการของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และกลุ่มผู้ปฏิบัติงานในสังกัดสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ใช้วิธีการคัดเลือกผู้ให้ข้อมูลสำคัญโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจงในกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้องกับที่ตรงตามวัตถุประสงค์ การเก็บข้อมูลใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกและแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างเป็นเครื่องมือหลัก รวมถึงการศึกษาจากเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถประเมินผลจากการนำนโยบายไปปฏิบัติ และวิเคราะห์เชิงนโยบายเพื่อเสนอข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ให้กับหน่วยงาน ผลการศึกษาพบว่า ในด้านผลจากการนำนโยบายไปปฏิบัติในภาพรวมของสมาคมฯ การดำเนินการตามนโยบาย FAIR โดยพล.ต.อ. ดร. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ถือได้ว่าสามารถช่วยให้ภาพรวมของการนำนโยบายไปปฏิบัติเห็นผลลัพธ์และมีประสิทธิผลเชิงประจักษ์ อีกทั้งเป็นการวางรากฐานให้กับสมาคมฯ ในด้านการมีระบบเพื่อบริหารจัดการความโปร่งใสได้ ต่อมาในด้านปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการนำนโยบายไปปฏิบัติ คือ ความเข้มแข็งของทีมผู้บริหาร ความชัดเจนของนโยบาย รวมถึงการได้รับความร่วมมือจากผู้ปฏิบัติงานภายในสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ อันนำไปสู่ความเข้าใจในภารกิจงานหรือบทบาทหน้าที่ของแต่ละบุคคลที่มีความชัดเจนในการปฏิบัติงาน โดยปัญหาและอุปสรรคคือ ความไม่ต่อเนื่องของนโยบาย และการเร่งปลูกฝังค่านิยมในการทำงานให้มากยิ่งขึ้น และข้อท้าทายคือความผันแปรทางการเมืองภายใน และความถี่ในการเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร ส่งผลถึงความต่อเนื่องในด้านการดำเนินตามนโยบายด้านการบริหารจัดการความโปร่งใส การวิเคราะห์และประเมินผลการดำเนินงาน โดยใช้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี 5 ประการ พบว่า (1) ความซื่อสัตย์ในด้านการบริหารจัดการและการปฏิบัติงาน โดยการดำเนินงานตามนโยบาย FAIR ทำให้การขับเคลื่อนการปฏิบัติงาน มีความซื่อสัตย์และสุจริตที่จะส่งผลการทำงานต่อไปยังการบริหารจัดการงานที่ดี ให้มีความเหมาะสม (2) ความยุติธรรมต่อการปฏิบัติและพฤติกรรมองค์กร โดยมีการให้ผลตอบแทนอย่างเป็นธรรม การสร้างพฤติกรรมและสภาพแวดล้อมเชิงบวก (3) ความโปร่งใสในการบริหารจัดการและเปิดเผยข้อมูล สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยมีการจัดประชุมสามัญประจำปี โดยเป็นการเผยแพร่ข้อมูลการดำเนินงาน รายรับ รายจ่าย เป็นต้น (4) ความรับผิดชอบขององค์กรต่อการปฏิบัติงาน จากการปรับโครงสร้างสำหรับผู้บริหารทั้งหมด เพื่อส่งเสริมให้เกิดการทำงานภายใต้ความโปร่งใสและยุติธรรม และ (5) ภาระรับผิดชอบในด้านการสื่อสารองค์กรและการตรวจสอบภายในอย่างโปร่งใส มีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างขององค์กร เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้ ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อทางการพัฒนานโยบายด้านการบริหารจัดการความโปร่งใส ได้แก่ (1) การให้ความสำคัญของทุกฝ่ายภายในหน่วยงาน เพื่อส่งเสริมให้นโยบายมีความน่าเชื่อถือและทุกคนภายในหน่วยงานต้องให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตาม (2) การสร้างเสถียรภาพในการปฏิบัติงาน เนื่องเพราะการวางรากฐานในการส่งผ่านนโยบายจากผู้บริหารให้มีความสอดคล้องกันได้ จะสามารถช่วยให้การนำนโยบายด้านการบริหารจัดการความโปร่งใสไปปฏิบัติมีความต่อเนื่อง (3) การสร้างความตระหนักรู้ในด้านความโปร่งใสภายในหน่วยงาน หรือการกำหนดเพื่อแฝงฝังให้เกิดเป็นค่านิยมองค์กรที่มีการส่งผ่านทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ และ (4) การดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ จากการประกอบสร้างความเชื่อมโยงตั้งแต่การให้ความสำคัญของผู้บริหาร การสร้างเสถียรภาพในการปฏิบัติงาน และการสร้างความตระหนักรู้ผ่านการสืบทอดจากกลไกของค่านิยมองค์กร จะช่วยให้เกิดเป็นระบบการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ |