|
ปัญหากฎหมายเกี่ยวกับการขอรับบริจาคเงิน |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | ปัญหากฎหมายเกี่ยวกับการขอรับบริจาคเงิน |
| Creator | ศุภวัฒน์ ศุภพล |
| Contributor | นนทวัชร์ นวตระกูลพิสุทธิ์, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2565 |
| Keyword | เรี่ยไร, บริจาค, ขอรับบริจาค, ระดมทุน, การกุศล, สาธารณประโยชน์, Appeal, Donation, Asking for donation, Fundraising, Charity, Public interest |
| Abstract | ในปัจจุบันสภาพสังคมของประเทศไทยเต็มไปด้วยการขอรับบริจาคเงินหรือทรัพย์สินเพื่อช่วยเหลือบุคคล สัตว์ องค์กร หรือมูลนิธิต่าง ๆ อันเนื่องมาจากปัญหาความขาดแคลนทรัพยากรหรือปัญหาจากภัยธรรมชาติ เช่น อุทกภัย วาตภัย ซึ่งการขอรับบริจาคในแต่ละครั้งก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากคนในสังคม เป็นภาพสะท้อนที่เห็นได้ว่า คนไทยมีจิตใจโอบอ้อมอารี ช่วยเหลือเผื่อแผ่บุคคลอื่นในยามที่ตกทุกข์ได้ยากหรือต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ อย่างไรก็ดี ปรากฎว่ามีมิจฉาชีพใช้ช่องทางในการขอรับบริจาคเงินเป็นการหลอกลวงประชาชนเพื่อนำเงินไปเป็นประโยชน์ส่วนตน หรือในการขอรับบริจาคบางกิจกรรม ผู้ขอรับบริจาคมิได้นำเงินไปใช้ให้ตรงตามวัตถุประสงค์ที่อ้างในขณะขอรับบริจาค ประเทศไทยมีกฎหมายที่ใช้สำหรับควบคุมการขอรับบริจาค คือ พระราชบัญญัติควบคุมการเรี่ยไร พุทธศักราช 2478 แต่กลับปรากฏว่ามีปัญหาการใช้บังคับหลายประการเป็นเหตุให้ไม่สามารถควบคุมการขอรับบริจาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันเนื่องมาจากสภาพสังคม ทัศนคติของผู้คนในสังคม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีในปัจจุบันที่เปลี่ยนรูปแบบการขอรับบริจาคในรูปแบบเดิมเช่น การขอรับบริจาคเงินผ่านกล่องรับบริจาคพัฒนาไปสู่การขอรับบริจาคผ่านแอพพลิเคชั่น สื่อสังคมออนไลน์ เป็นต้น จากการศึกษาพระราชบัญญัติควบคุมการเรี่ยไร พุทธศักราช 2478 เปรียบเทียบกับกฎหมายอังกฤษและเวลส์ สาธารณรัฐฟินแลนด์ และมลรัฐนิวเซาท์เวลส์ เครือรัฐออสเตรเลีย พบว่ามาตรการในการควบคุมและกำกับดูแลการขอรับบริจาคเงินของประเทศไทยยังมีปัญหาหลายประการ กล่าวคือ พระราชบัญญัติควบคุมการเรี่ยไร พุทธศักราช 2478 ใช้ควบคุมการขอรับบริจาคที่มีวัตถุประสงค์เพื่อราชการ เทศบาล และเพื่อสาธารณประโยชน์เท่านั้น ส่วนการขอรับบริจาคที่มีวัตถุประสงค์อื่นนอกจากที่กล่าวมากลับไม่ถูกควบคุมแต่อย่างใด สำหรับการขอรับบริจาคที่อยู่ภายใต้การบังคับของพระราชบัญญัติควบคุมการเรี่ยไร พุทธศักราช 2478 ก็มีปัญหาเช่นกัน เช่น ขอบเขตของการขอรับบริจาคเพื่อสาธารณประโยชน์ครอบคลุมมากน้อยเพียงใด การขาดความยืดหยุ่นในการใช้บังคับกฎหมายที่บุคคลทุกคนซึ่งประสงค์ขอรับบริจาคจะต้องขออนุญาตทุกครั้ง รวมไปถึงยังขาดมาตรการในการกำกับดูแลวิธีการขอรับบริจาคเงินผ่านช่องทางทั้งการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์และวิธีการทั่วไป อีกทั้ง เมื่อดำเนินการขอรับบริจาคเรียบร้อยแล้ว มาตรการที่กฎหมายกำหนดให้จัดทำบัญชีรับจ่ายยังขาดมาตรการการควบคุมและการตรวจสอบที่เพียงพอ และขาดการรายงานผลการดำเนินงานภายหลังเสร็จสิ้นการขอรับบริจาคให้แก่สาธารณชนทราบ ยิ่งไปกว่านั้น หน่วยงานที่กำกับดูแลยังขาดอำนาจหน้าที่ในข้อสำคัญบางประการ |