|
การศึกษารูปแบบการดูแลผู้ป่วยเร่งด่วน แผนกผู้ป่วยนอกอายุรกรรม โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การศึกษารูปแบบการดูแลผู้ป่วยเร่งด่วน แผนกผู้ป่วยนอกอายุรกรรม โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี |
| Creator | กนิษฐา สุขชำนาญ |
| Contributor | พีระพล รัตนะ, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2562 |
| Keyword | ผู้ป่วยเร่งด่วน, การคัดกรองผู้ป่วย, ผู้ป่วยนอกอายุรกรรม, Urgent patient, Screening for patients, Outpatient medicine |
| Abstract | ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นโรงพยาบาลขนาด 500 เตียง และพบว่าเกิดอุบัติการณ์ผู้ป่วยเร่งด่วนขณะรอตรวจที่แผนกผู้ป่วยนอกอายุรกรรม 4 ราย จากการให้บริการในระยะ 3 ปีที่ผ่านมา ดังนั้นจึงจำเป็นต้องศึกษาสถานการณ์การดำเนินงานของโรงพยาบาล เพื่อพัฒนากระบวนการดูแลผู้ป่วยเร่งด่วนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การศึกษารูปแบบการดูแลผู้ป่วยเร่งด่วน แผนกผู้ป่วยนอกอายุรกรรม โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเป็นการศึกษาเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวาง เก็บข้อมูลเดือนกุมภาพันธ์ - กรกฎาคม พ.ศ. 2561 มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์และจัดทำข้อเสนอแนะในการปรับปรุงรูปแบบการดูแลผู้ป่วยเร่งด่วน โดยการเก็บข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพจากกลุ่มพยาบาลวิชาชีพและบุคลากรทางการแพทย์และสายสนับสนุนบริการ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและเนื้อหาจากการสนทนากลุ่มผลการศึกษาพบว่ามีพยาบาลวิชาชีพเพียงคนเดียวที่มีสมรรถนะเชิงวิชาชีพเหมาะสมตามอายุงาน มักพบปัญหาการสื่อสารการดูแลผู้ป่วยที่ล่าช้า อัตรากำลังไม่เหมาะสมกับภาระงานที่มากเกินไป การปฏิบัติการพยาบาลยังไม่ครอบคลุมตามมาตรฐานเช่น พยาบาลวิชาชีพจะคัดกรองเฉพาะผู้ป่วยใหม่ บันทึกทางการพยาบาลแม้จะบรรลุเป้าหมาย แต่ยังขาดความเชื่อมโยงข้อมูลการรักษา การดูแลผู้ป่วยและการประเมินซ้ำ มีการแก้ไขอุบัติการณ์ความเสี่ยงทางคลินิกแต่การสื่อสารแนวทางปฏิบัติยังไม่ทั่วถึง บุคลากรส่วนใหญ่ไม่ทราบนโยบายการคัดกรองผู้ป่วยแบบ Emergency Severity Index จึงดูแลผู้ป่วยตามประสบการณ์ การประสานงานหรือส่งต่อผู้ป่วยภายในและภายนอกโรงพยาบาลยังไม่เป็นแนวทางเดียวกัน ยังไม่สามารถจัดบุคลากรให้ดูแลผู้ป่วยในพื้นที่สังเกตอาการได้ตลอดเวลา เส้นทางสัญจรคับแคบและมีสิ่งกีดขวางเป็นอุปสรรคในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย การบำรุงรักษาเครื่องมือและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์เป็นแบบตั้งรับ ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในการจัดบริการผู้ป่วยไม่เต็มศักยภาพจากการศึกษาครั้งนี้มีข้อเสนอแนะว่าโรงพยาบาลควรดำเนินการพัฒนาระบบการคัดกรองผู้ป่วยก่อนมาถึงโรงพยาบาลเพื่อวางแผนจัดบริการที่เหมาะสม ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเต็มศักยภาพ นำอุบัติการณ์ความเสี่ยงทางคลินิกมาพัฒนาระบบนิเทศทางการพยาบาลและใช้ Early warning sign เพื่อค้นหาผู้ป่วยที่อาจเร่งด่วน จัดพื้นที่สังเกตอาการและเส้นทางการเคลื่อนย้าย จัดระบบการเข้ารับการรักษาตามความเร่งด่วน ใช้มาตรฐานการประสานงานและส่งต่อผู้ป่วยเดียวกันและระบบบริการเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์เชิงรุก เป็นต้น หากจัดระบบงานด้านต่าง ๆ ได้ตามที่กล่าวมา ก็จะทำให้ผู้ป่วยเร่งด่วนได้รับการดูแลที่ปลอดภัยและได้มาตรฐานอย่างแท้จริง |