|
ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่กำหนดระดับการเปิดเผยกับระดับการเปิดเผยข้อมูลในบทรายงานและการวิเคราะห์ของฝ่ายบริหารของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่กำหนดระดับการเปิดเผยกับระดับการเปิดเผยข้อมูลในบทรายงานและการวิเคราะห์ของฝ่ายบริหารของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย |
| Creator | จารุวรรณ ยอดศิลป |
| Contributor | อนิณ อรุณเรืองสวัสดิ์, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2562 |
| Keyword | การเปิดเผยข้อมูล, บทรายงานและการวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร, ระดับการเปิดเผยข้อมูล, Information disclosure, Management discussion and analysis, Information disclosure level |
| Abstract | งานวิจัยเชิงประจักษ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยต่างๆ ของบริษัทที่กำหนดระดับการเปิดเผย ได้แก่ ขนาดของกิจการ อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น สัดส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อย คะแนนบรรษัทภิบาล และความมีชื่อเสียงของผู้สอบบัญชี กับระดับการเปิดเผยข้อมูลในบทรายงานและการวิเคราะห์ของฝ่ายบริหารของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทั้งนี้ ระดับการเปิดเผยข้อมูลอาจได้รับผลกระทบจากตัวแปรอื่น ผู้วิจัยจึงนำประเภทอุตสาหกรรมเข้ามาเป็นตัวแปรควบคุมผลการวิจัยในครั้งนี้ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) รายงานประจำปี และงบการเงิน สำหรับปี 2560 ซึ่งกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ยกเว้นบริษัทที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจการเงิน บริษัทที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ บริษัทที่มีการประกอบธุรกิจที่ไม่สามารถระบุกลุ่มอุตสาหกรรมได้ และบริษัทที่อยู่ในกลุ่มตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) รวมจำนวนบริษัทกลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น 334 บริษัท โดยใช้วิธีการทดสอบและวิเคราะห์ข้อมูลแบบสถิติพื้นฐาน และการวิเคราะห์ความถดถอยเชิงพหุผลการวิจัยพบว่า บริษัทจดทะเบียนมีการเปิดเผยข้อมูลในระดับปานกลาง ปัจจัยที่กำหนดระดับการเปิดเผยที่พบว่ามีความสัมพันธ์ทางบวกกับระดับการเปิดเผยข้อมูล คือ ขนาดของกิจการ อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น สัดส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อย และคะแนนบรรษัทภิบาล หรือกล่าวได้ว่า องค์กรขนาดใหญ่จะมีการเปิดเผยข้อมูลที่ครอบคลุมในรายละเอียดมากกว่าองค์กรขนาดเล็กเพื่อแสดงศักยภาพและความเชื่อมั่นในการเป็นองค์กรที่มีการทำงานเป็นมืออาชีพ สำหรับบริษัทที่มีโครงสร้างเงินทุนที่มีความเสี่ยงทางการเงินที่สูงจะมีการเปิดเผยข้อมูลที่มากขึ้นเพื่อสร้างความมั่นใจในฐานะทางการเงินต่อผู้ถือหุ้นและความสามารถในการชำระหนี้ต่อเจ้าหนี้ซึ่งเป็นแหล่งเงินทุนของกิจการ ส่วนบริษัทที่มีการกระจายการถือหุ้นไปยังผู้ถือหุ้นรายย่อยในสัดส่วนที่สูงจะทำให้บริษัทเปิดเผยข้อมูลมากยิ่งขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการข้อมูลของนักลงทุนที่มีความหลากหลายของกลุ่มผู้ลงทุน และหากบริษัทได้รับคะแนนบรรษัทภิบาลในระดับดีเลิศหรือดีมากจะส่งผลให้บริษัทมีการเปิดเผยข้อมูลในระดับที่สูงขึ้นเพื่อตอกย้ำในการเป็นองค์กรที่มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี |