|
การประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ของการผลิตไฟฟ้าด้วยกังหันลมแบบแนวตั้ง โดยใช้ลมทิ้งจากระบบกำจัดฝุ่นในโรงงานปูนซีเมนต์ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ของการผลิตไฟฟ้าด้วยกังหันลมแบบแนวตั้ง โดยใช้ลมทิ้งจากระบบกำจัดฝุ่นในโรงงานปูนซีเมนต์ |
| Creator | พิศาล ปานสุข |
| Contributor | วรณี มังคละศิริ, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2562 |
| Keyword | การประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์, กังหันลมแนวตั้ง, ลมทิ้งจากระบบกำจัดฝุ่น, โรงงานผลิตปูนกาวซีเมนต์, Economic value assessment, Vertical wind turbine, Discharged air from dust removal system, Cement-adhesives production plant |
| Abstract | ในกระบวนการผลิตปูนกาวซีเมนต์นั้นจะเกิดฝุ่นขึ้นเป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องมีการติดตั้งระบบดักจับฝุ่นเพื่อรวบรวมไม่ให้มีฝุ่นฟุ้งกระจายออกมาจากกระบวนการผลิต โดยระบบดักจับฝุ่นนั้นจะดูดฝุ่นในกระบวนการผลิตออกมาแล้วกรองด้วยถุงกรองก่อนปล่อยลมที่ไม่มีฝุ่นทิ้งออกไป ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงทำการศึกษาการนำพลังงานลมปล่อยทิ้งจากระบบดักจับฝุ่นชนิดถุงกรอง ในโรงงานผลิตปูนกาวซีเมนต์แห่งหนึ่ง มาใช้เพื่อผลิตไฟฟ้าด้วยกังหันลมแบบแนวตั้ง โดยวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อการติดตั้งกังหันลม พร้อมทั้งประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ เพื่อเลือกขนาดของกังหันลมแบบแนวตั้งให้เหมาะสมกับความเร็วลมที่ปล่อยทิ้ง ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับโรงงานในการนำพลังงานลมเหลือทิ้งมาใช้ผลิตไฟฟ้า และเพื่อเป็นแนวทางให้กับโรงงานอุตสาหกรรมที่มีเครื่องดูดฝุ่นหรือลมปล่อยทิ้งลักษณะเดียวกัน โดยงานวิจัยนี้ทำการศึกษาระบบดักจับฝุ่นชนิดถุงกรอง ขนาดมอเตอร์ 50 แรงม้า และอัตราการไหลของอากาศที่ 25,000 ลูกบาศก์ฟุตต่อนาที เมื่อทำการวัดความเร็วลมจากปลายปล่องลมทิ้งที่ระยะห่าง 0.5 เมตร จนถึงที่ระยะห่าง 5 เมตร พบว่าที่ระยะห่าง 0.5 เมตร มีความเร็วลมเฉลี่ยสูงสุด เท่ากับ 8.10 เมตรต่อวินาที และจากการศึกษาอิทธิพลของความยาวและความกว้างของใบกังหันลม พบว่ากังหันลมที่ดีที่สุดในกรณีที่ความเร็วลมสูงสุดตลอดความยาวของใบกังหันเท่ากับ 8.10 เมตรต่อวินาที คือกังหันลมที่มีขนาดความยาวของใบกังหัน 3.0 เมตร ความกว้าง 0.7 เมตร ซึ่งสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ 2.07 กิโลวัตต์ เทียบเท่ากับพลังงานที่ใช้กับปั๊มน้ำจำนวน 7 เครื่อง โดยคิดเป็นรายรับจากการผลิตพลังงานไฟฟ้าต่อปี เท่ากับ 61,753 บาท โดยมีระยะเวลาคืนทุน 4.91 ปี, มูลค่าปัจจุบันสุทธิที่มีค่าเป็นบวกเท่ากับ 203,896 บาท และอัตราผลตอบแทนภายในเท่ากับ 9% อย่างไรก็ตามหากพิจารณาใช้ความเร็วลมเฉลี่ยจริงตามความยาวของใบกังหัน ซึ่งมีค่าเท่ากับ 7.87 เมตรต่อวินาที นั้นจะพบว่ากังหันลมที่ดีที่สุดคือกังหันลมที่มีขนาดความยาวของใบกังหัน 1.0 เมตร ความกว้าง 0.3 เมตร ซึ่งสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ 0.27 กิโลวัตต์ เทียบเท่ากับพลังงานที่ใช้กับปั๊มน้ำจำนวน 1 เครื่อง โดยคิดเป็นรายรับจากการผลิตไฟฟ้าต่อปี เท่ากับ 8,092 บาท โดยมีระยะเวลาคืนทุน 5.87 ปี มูลค่าปัจจุบันสุทธิที่มีค่าเป็นบวกเท่ากับ 17,545 บาท และอัตราผลตอบแทนภายในเท่ากับ 5% |