|
ผลของโปรแกรมพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์เฉพาะเรื่องต่อพฤติกรรมหุนหันพลันแล่นของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาในกรุงเทพมหานคร |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | ผลของโปรแกรมพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์เฉพาะเรื่องต่อพฤติกรรมหุนหันพลันแล่นของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาในกรุงเทพมหานคร |
| Creator | เสวิตา แก้วกัณหา |
| Contributor | อังคณา จิรโรจน์, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2561 |
| Keyword | ความฉลาดทางอารมณ์, พฤติกรรมหุนหันพลันแล่น, นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น, โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา, Emotional intelligence, Impulsive behavior, Junior high school students, Extended opportunity education schools |
| Abstract | การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลองแบบสองกลุ่ม วัดผลก่อนและหลังการทดลองเพื่อ ศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์เฉพาะเรื่องต่อพฤติกรรมหุนหันพลันแล่นของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาในกรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่าง 168 คน มาจากการสุ่ม กลุ่มทดลอง 84 คน และกลุ่มควบคุม 84 คน กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์เฉพาะเรื่อง ที่พัฒนาขึ้นจากทฤษฎีความฉลาดทางอารมณ์ของบาร์ออน (Bar-On, 2006) ในองค์ประกอบเรื่องการควบคุมความหุนหันพลันแล่น จัดกิจกรรมแบบการเรียนรู้จากประสบการณ์ ตามแนวคิดของโกลบ (Kolb, 1984) 8 กิจกรรม ระยะเวลา 4 สัปดาห์ กลุ่มควบคุมได้รับการดูแลตามปกติ เครื่องมือที่ใช้ 1) โปรแกรมพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์เฉพาะเรื่อง 2) แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป และ 3) แบบประเมินพฤติกรรมหุนหันพลันแล่นของบาเรทท์ แปลเป็นภาษาไทย ทดสอบความเที่ยงด้วยค่าสัมประสิทธิ์สัมพันธ์อัลฟาของครอนบาค เท่ากับ .75 วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปโดยใช้สถิติพรรณนา เปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมหุนหันพลันแล่นของกลุ่มทดลอง ก่อนและหลังการทดลองด้วยสถิติทดสอบค่าทีชนิดที่ ไม่เป็นอิสระต่อกัน (Dependent t-test) และเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมหุนหันพลันแล่น หลังการทดลองของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมด้วยสถิติทดสอบค่าทีชนิดที่เป็นอิสระต่อกัน (Independent t test)ภายหลังการทดลอง คะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมพฤติกรรมหุนหันพลันแล่นของกลุ่มทดลอง(M=59.05, SD=9.87) ต่ำกว่าก่อนการทดลอง (M=68.18, SD=6.08) และต่ำกว่ากลุ่มควบคุม (M=69.57, SD=5.36) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.05) |