การบูรณาการข้อมูลเพื่อการจัดการการปฏิบัติการผ่านการจัดการองค์ความรู้ที่ส่งผลต่อสมรรถนะด้านการปฏิบัติการ: การศึกษาธุรกิจวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศไทย
รหัสดีโอไอ
Title การบูรณาการข้อมูลเพื่อการจัดการการปฏิบัติการผ่านการจัดการองค์ความรู้ที่ส่งผลต่อสมรรถนะด้านการปฏิบัติการ: การศึกษาธุรกิจวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศไทย
Creator ณัฐปคัลภ์ โชติธีระวงศ์
Contributor ศากุน บุญอิต, ที่ปรึกษา
Publisher มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Publication Year 2561
Keyword การบูรณาการข้อมูล, การจัดการองค์ความรู้, ด้านการปฏิบัติการ, สมรรถนะด้านการปฏิบัติการ, วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม, Integrate data, Knowledge management, Operations management, Operational performance, Small and medium enterprises
Abstract ปัจจุบันธุรกิจวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมส่วนใหญ่ได้มีการนำระบบสารสนเทศมาใช้ในองค์กรมากขึ้น เนื่อง จากต้นทุนทางด้านระบบสารสนเทศราคาลดลง และมีผู้เชี่ยวชาญเพิ่มขึ้น โดยการบูรณาการข้อมูลสำหรับวางแผนทรัพยากร การจัดการห่วงโซ่อุปทาน การจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า และช่วยในการตัดสินใจของผู้บริหาร ซึ่งส่งผลดีโดยตรงต่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเป็นอย่างมาก ส่วนในด้านการปฏิบัติการ ส่งผลให้ลดต้นทุน ลดกำลังคน ลดเวลาการผลิต การวางแผนได้อย่างแม่นยำ และการปฏิบัติการรวดเร็วขึ้น กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ คือ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศไทย เฉพาะอุตสาหกรรมการผลิต เนื่องจากสามารถนำระบบสารสนเทศมาใช้ในการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ได้มากกว่า โดยใช้แบบสอบถามในการเก็บรวบรวมข้อมูลจำนวน 400 ตัวอย่าง ตัวแปรที่ใช้ในการวิจัยนี้มี 4 ตัวแปร ได้แก่ การบูรณาการข้อมูล (Integrate Data), การจัดการปฏิบัติการ (Operations Management), สมรรถนะด้านการปฏิบัติการ (Operational Performance) และการจัดการองค์ความรู้ (Knowledge Management) ผลที่ได้จากการศึกษาพบว่า ส่วนใหญ่เป็นประเภทธุรกิจที่องค์กรผลิตสินค้าบริโภคอุปโภค มีทุนจดทะเบียนขององค์กร 51 - 100 ล้านบาท รวมถึงองค์กรจะมีจำนวนพนักงานในองค์กรจำนวน 51 - 100 คน เป็นตำแหน่งงานผู้จัดการทั่วไป และส่วนใหญ่มีอายุงานในตำแหน่ง 2 – 5 ปี ผลการวิเคราะห์การบูรณาการข้อมูลเพื่อการจัดการการปฏิบัติการผ่านการจัดการองค์ความรู้ที่ส่งผลต่อสมรรถนะด้านการปฏิบัติการ การศึกษาธุรกิจวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศไทย โดยรวมอยู่ในเกณฑ์ระดับมาก (ค่าเฉลี่ย 3.56) ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ ด้านสมรรถนะด้านการปฏิบัติการ รองลงมา ด้านการบูรณาการข้อมูล ด้านการจัดการองค์ความรู้ และด้านการปฏิบัติการ ตามลำดับผลวิเคราะห์ค่าสถิติประเมินความกลมกลืนสมการเชิงโครงสร้างแบบจำลองการบูรณาการข้อมูลเพื่อการจัดการการปฏิบัติการผ่านการจัดการองค์ความรู้ที่ส่งผลต่อสมรรถนะด้านการปฏิบัติการ การศึกษาธุรกิจ SMEs ในประเทศไทย พบว่า มีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์อยู่ในเกณฑ์ดี ค่า Chi – Square = 114.240, Sig. = 0.275 > 0.05 และผลการวิเคราะห์จากการปรับโมเดล พบว่า ดัชนี จำนวน 7 ตัว โดยค่า CFI เท่ากับ 0.998, ค่า GFI เท่ากับ 0.974, ค่า AGFI เท่ากับ 0.943, ค่า RMSEA เท่ากับ 0.014, ค่า NFI เท่ากับ 0.974, ค่า IFI เท่ากับ 0.998, ค่า RMR เท่ากับ 0.023 ซึ่งสรุปได้ว่า โมเดลมีความสอดคล้องกลมกลืนเชิงสัมพัทธ์
Thammasat University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ