|
แผนธุรกิจผลิตภัณฑ์เอนไซม์ผสมอาหารสัตว์ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | แผนธุรกิจผลิตภัณฑ์เอนไซม์ผสมอาหารสัตว์ |
| Creator | ธนกร แก้วใจมา |
| Contributor | พัฒน์นรี ศรีศุภโอฬาร, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2561 |
| Keyword | ธุรกิจผลิตภัณฑ์เอนไซม์ผสมอาหารสัตว์, อุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์, Feed enzymes, Animal husbandry, Business, Swine, Digestion, Livestock, ASEAN region |
| Abstract | อุตสาหกรรมการผลิตสุกรในปัจจุบันอยู่ในภาวะที่มีการแข่งขันสูง ผู้ประกอบการจำเป็นต้องหามาตรการในการควบคุมการจัดการผลกำไรของฟาร์ม โดยสิ่งที่สามารถเข้าไปควบคุมจัดการได้คือการควบคุมต้นทุน การควบคุมต้นทุนที่ได้ประสิทธิภาพมากที่สุดอยู่ที่การควบคุมต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ ดังนั้นผู้ประกอบการจึงต้องสรรหาซึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีจุดประสงค์ช่วยลดต้นทุนในด้านดังกล่าว เอนไซม์อาหารสัตว์ ถือเป็นผลิตภัณฑ์ตัวเลือกอันดับแรกในการพิจารณา โดยเป็นสารประกอบที่มีการออกฤทธิ์อย่างเฉพาะเจาะจงต่อสารตัวหนึ่ง ในวัตถุดิบอาหารนั้นๆ ดังนั้นเอนไซม์ที่มีประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์ได้จริง ต้องสามารถย่อยสารประกอบโครงสร้างเยื่อใยที่ไม่ใช่แป้ง ซึ่งถูกเรียกอีกชื่อว่าสารขัดขวางการใช้ประโยชน์ได้จากสารอาหาร โดยในวัตถุดิบที่ใช้จะประกอบด้วยสารขัดขวางการใช้ประโยชน์หลายชนิด ดังนั้น เอนไซม์ที่มีประสิทธิภาพ ควรที่จะย่อยได้ปริมาณที่สูงที่สุด และคุณภาพการย่อยที่ดีที่สุด ซึ่งในผลิตภัณฑ์หนึ่งๆ จะประกอบด้วยเอนไซม์หลายชนิด โดยหลักๆ ที่มีความจำเป็นจะประกอบด้วย 7 ชนิด ในขณะที่วัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ประเทศไทยหรือกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ใช้ จะเป็นประเภท ข้าว ข้าวโพด และมันสำปะหลังเป็นหลัก แต่ในขณะเดียวกันเอนไซม์กลับนิยมใช้ของนำเข้ามาจากโซนประเทศทางยุโรปเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งในแถบประเทศดังกล่าวใช้วัตถุดิบอาหารประเภท ข้าวสาลี ดังนั้นเอนไซม์ที่นำเข้ามาจึงมีปริมาณ และคุณภาพไม่ได้เหมาะสมที่สุดต่อการย่อยได้ของวัตถุดิบแผนธุรกิจนี้จึงเห็นโอกาสและความเป็นไปได้ของธุรกิจ ที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์เอนไซม์ที่เหมาะสมกับฟาร์มในประเทศไทยมากที่สุด ซึ่งสร้างให้อุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์เกิดกำไรที่ได้มากขึ้นกว่าเดิม จากการลดต้นทุนด้านการใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์ที่มีสัดส่วนการย่อยได้สมบูรณ์มากขึ้นกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจที่จะทำการตลาดคือกลุ่ม ธุรกิจฟาร์มขนาดเล็ก (50-500 แม่) ซึ่งเห็นความเป็นไปได้ในส่วนของความต้องการที่ไม่ยึดติดกับแบรนด์เดิมๆ และโอกาสในการเข้าไปทำงานด้านประสิทธิภาพการผลิตจากพนักงานขาย และในส่วนของกลุ่มเป้าหมายรองคือ ธุรกิจฟาร์มขนาดกลาง (500–5,000 แม่) โดยฟาร์มกลุ่มนี้มีความต้องการเพิ่มเติมคือ ด้านความน่าเชื่อถือของสินค้า ตราสินค้า และบริษัท ซึ่งบริษัทจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการทำกิจกรรมทางการตลาดจากแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจและการประมาณการทางการเงิน ใช้เงินลงทุนเริ่มต้นอยู่ที่ 3,000,000 บาท จากความเป็นไปได้ในสถานการณ์เลวร้ายที่สุด บริษัทจะมีกำไรสุทธิ 3,250,025 บาท มีระยะเวลาคืนทุนที่ 0.9 ปี จากผลตอบแทนดังกล่าวเห็นได้ว่าธุรกิจมีความน่าสนใจและคุ้มค่าที่ลงทุน นอกจากนี้ยังมีแผนการฉุกเฉินเพื่อตอบสนองต่อสิ่งที่เกิดขึ้นแบบไม่ได้วางแผนไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องตลาด การปฏิบัติการ เพื่อให้แน่ใจว่าปัญหาต่างๆ นั้นได้รับการแก้ไขได้อย่างทันที |