|
การศึกษาความเค็มที่มีผลต่อทุเรียนพันธุ์ก้านยาวที่ปลูกในจังหวัดนนทบุรี |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การศึกษาความเค็มที่มีผลต่อทุเรียนพันธุ์ก้านยาวที่ปลูกในจังหวัดนนทบุรี |
| Creator | กันตพงษ์ แก้วกมล |
| Contributor | ดุสิต อธินุวัฒน์, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2561 |
| Keyword | ความเครียดเค็ม, ทุเรียน, การสะสมโซเดียมและโพแทสเซียม, Salinity stress, Durian, Sodium and potassium accumulation |
| Abstract | ทุเรียนสามารถปลูกได้ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทยรวมถึงจังหวัดนนทบุรี ซึ่งเคยเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับการเป็นแหล่งปลูกทุเรียนที่ได้ชื่อว่ามีคุณภาพและรสชาดดีที่สุดในประเทศไทย แต่ด้วยเหตุการณ์อุทกภัยใหญ่หลายครั้งในอดีต ทำให้สวนทุเรียนในจังหวัดนนทบุรีเสียหายไปในวงกว้าง และล่าสุดในปี พ.ศ.2554 เกิดอุทกภัยใหญ่อีกครั้งทำให้สวนทุเรียนในจังหวัดนนทบุรีเหลืออยู่ไม่ถึง 100 ไร่ ถึงแม้ว่าเกษตรกรในจังหวัดนนทบุรีจะมีการปลูกทุเรียนใหม่แต่ก็มักจะมีปัญหาทุเรียนไม่เจริญเติบโตอย่างที่เคยเป็นมา ซึ่งชาวสวนส่วนหนึ่งคิดว่าเป็นเพราะน้ำเค็ม น้ำทะเลหนุน โดยเฉพาะในช่วงปี พ.ศ. 2557 ซึ่งทำให้น้ำที่เข้ามาในสวนเค็มเกินไปและทำให้ทุเรียนตาย ดังนั้นในงานวิจัยนี้จึงได้ทำการศึกษาผลของความเค็ม (salinity) ต่อการเปลี่ยนแปลงของต้นทุเรียนพันธุ์ก้านยาวที่ได้จากการเสียบยอด โดยกำหนดค่าความเค็มของน้ำที่ 0, 0.2, 0.5, 1.0 และ 2.0 ppt โดยรดน้ำผสมเกลือ (NaCl) ตามความเข้มข้นที่กำหนดทุกๆ 2 วัน เป็นเวลา 8 สัปดาห์ ในงานนี้ทำการศึกษาสมบัติของดินปลูก น้ำที่ไหลผ่านดินปลูก และการดูด Na+-K+ ในใบ โดยสังเกตุและบันทึกการเปลี่ยนแปลงของลักษณะใบตลอดการทดลอง ซึ่งพบว่าต้นทุเรียนพันธุ์ก้านยาวสามารถทนความเค็มได้ถึงระดับที่ 0.5 ppt โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่เด่นชัด ส่วนต้นทุเรียนที่รดด้วยน้ำเกลือเข้มข้น 1.0 และ 2.0 ppt มีการเปลี่ยนแปลงของสภาพใบทุเรียนอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะการรดน้ำเกลือ 2.0 ppt พบว่า ต้นทุเรียนมีอาการขอบใบไหม้ในช่วงสัปดาห์ที่ 2 และใบร่วงหมดในที่สุด จากการศึกษาดินที่ใช้ปลูกทุเรียนได้แก่ ค่าการนำไฟฟ้า (EC) ค่า SAR และธาตุต่างๆ พบว่า เมื่อดินถูกรดด้วยน้ำเกลือที่มีความเข้มสูงขึ้นจะมีค่า EC ค่า SAR และการสะสมโซเดียมในดินสูงขึ้น และมีปริมาณโพแทสเซียมสะสมอยู่มาก ส่วนในใบทุเรียนที่นำมาวิเคราะห์ปริมาณโซเดียมและโพแทสเซียมด้วยเทคนิค Flame photometer โดยเมื่อเปรียบเทียบปริมาณโซเดียมในใบทุเรียนที่ผ่านการรดน้ำเกลือความเช้มข้นต่างๆ พบว่า ปริมาณโซเดียมในใบทุเรียนจากทุกกรรมวิธีมีค่าลดลงเมื่อรดน้ำเกลือผ่านไป 4 สัปดาห์ แต่เมื่อทำการเปรียบเทียบในแต่ละสัปดาห์พบว่า ใบของต้นทุเรียนที่ได้รับการรดน้ำเกลือ 1.0 และ 2.0 ppt มีปริมาณโซเดียมในใบสูงที่สุดเมื่อรดน้ำเกลือ 4 สัปดาห์ ส่วนการสะสมของโพแทสเซียมมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ซึ่งเห็นผลที่ชัดเจนว่า สภาวะความเค็มสูงเกิน 1.0 ppt ทำให้สภาพดินเปลี่ยนแปลงและเป็นอันตรายต่อต้นทุเรียน นอกจากนั้นเมื่อตรวจวิเคราะห์ปริมาณโซเดียมและโพแทสเซียมในรากแขนงของต้นพันธุ์ทุเรียนหลังจากรดน้ำเกลือ 4 สัปดาห์พบว่า มีปริมาณโซเดียมสะสมในรากทุเรียนที่รดด้วยน้ำเกลือความเข้มข้นสูง 2.0 ppt สูงที่สุด ในทางตรงกันข้ามพบว่ามีโพแทสเซียมสะสมน้อยที่สุด ซึ่งอาจสรุปได้ว่าต้นพันธุ์ทุเรียนนั้นไม่ทนเค็ม โดยสามารถทนความเค็มของน้ำที่ใช้รดต้นทุเรียนได้ถึง 0.5 ppt จากการสัมภาษณ์เกษตรกรสวนทุเรียนในจังหวัดนนทบุรีเกี่ยวกับการจัดการสวนทุเรียนทั้งสวนที่ไม่โดนน้ำท่วมจำนวน 2 สวน และสวนที่โดนน้ำท่วมในปี พ.ศ.2554 จำนวน 5 สวน พบว่าเกษตรกรสวนที่ไม่โดนน้ำท่วมต้นทุเรียนมีการเจริญเติบโตดี ให้ผลผลิตที่มีคุณภาพดี ด้วยการบำรุงรักษาต้นทุเรียนตามปกติที่เคยปฏิบัติมา ส่วนสวนที่เคยโดยน้ำท่วมและต้นทุเรียนตาย พบว่าเกษตรกรทั้ง 5 สวนทำการขุดดินเก่าที่โดนน้ำท่วมออก แล้วจึงรองก้นหลุมด้วยดินใหม่ ทำการยกโคกสูง และรักษาความชื้นในดินและอากาศให้เหมาะสม มีการปลูกพืชคลุมดินที่ให้ไนโตรเจน (N) เช่น ปอเทืองหรือการปลูกต้นทองหลางคู่กับการปลูกต้นทุเรียน |