การศึกษาทัศนคติ พฤติกรรม และปัจจัยที่เกี่ยวข้องของผู้บริโภคสินค้าอินทรีย์
รหัสดีโอไอ
Title การศึกษาทัศนคติ พฤติกรรม และปัจจัยที่เกี่ยวข้องของผู้บริโภคสินค้าอินทรีย์
Creator คณิต สุขรัตน์
Contributor ดุสิต อธินุวัฒน์, ที่ปรึกษา
Publisher มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Publication Year 2561
Keyword ทัศนคติ, พฤติกรรมผู้บริโภค, เกษตรอินทรีย์, Attitude, Consumer behavior, Organic agriculture
Abstract งานวิจัยนี้เพื่อศึกษาทัศนคติ พฤติกรรม และปัจจัยที่เกี่ยวข้องของผู้บริโภคสินค้าอินทรีย์ โดยการสุ่มตัวอย่างผู้บริโภคที่เคยซื้อสินค้าอินทรีย์ในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 400 ตัวอย่าง เพื่อตอบข้อคำถามต่าง ๆ ผลการวิจัยพบว่า ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 55.75 มีอายุระหว่าง 31-40 ปี คิดเป็นร้อยละ 55 มีระดับการศึกษาระดับปริญญาตรี คิดเป็นร้อยละ 58.5 มีอาชีพธุรกิจส่วนตัว/เจ้าของกิจการ ร้อยละ 75.5 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 40,000 บาทขึ้นไป ร้อยละ 45.5 สถานภาพสมรส ร้อยละ 52.5 มีจำนวนสมาชิกในครัวเรือน 5-8 คน คิดเป็นร้อยละ 50 ซึ่งอายุ ระดับการศึกษา อาชีพ รายได้ต่อเดือน สถานภาพการสมรส และจำนวนสมาชิกในครัวเรือน จัดเป็นปัจจัยส่วนบุคคลที่มีอิทธิพลต่อการบริโภคสินค้าอินทรีย์ เพื่อการดูแลสุขภาพของตนเองและคนในครอบครัว ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 โดยผู้บริโภคมีทัศนคติที่ดีต่อสินค้าอินทรีย์และมีการซื้อสินค้าอินทรีย์สำหรับการบริโภคในครัวเรือน เป็นจำนวน 2-4 ครั้ง/สัปดาห์ สินค้าอินทรีย์ที่ผู้บริโภคนิยมซื้อ ได้แก่ ผักสด ผลไม้สด และข้าว โดยผู้บริโภครับรู้ว่าสินค้าอินทรีย์นั้น ปลอดสารพิษ ดีต่อสุขภาพ และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม แต่อย่างไรก็ตามผู้บริโภคมีทัศนคติต่อราคาสินค้าอินทรีย์สูงกว่าสินค้าทั่วไป เมื่อวิเคราะห์สมมติฐานพฤติกรรมการบริโภคสินค้าอินทรีย์พบว่า ปัจจัยการบริโภค วัตถุประสงค์ของการปลูกพืชผักในครัวเรือน และชนิดพืชผักที่ปลูก มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p=0.05) ต่อทัศนคติผู้บริโภคและการปลูกพืชผักในครัวเรือนเพื่อการบริโภค คิดเป็นร้อยละ 11.4 (R2 = 0.114) อย่างไรก็ตาม ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด ได้แก่ การส่งเสริมตลาด ผลิตภัณฑ์ ราคา และการจัดจำหน่าย มีอิทธิพลต่อการบริโภคสินค้าอินทรีย์ของผู้บริโภคสินค้าอินทรีย์ ตามลำดับ ซึ่งปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์ การจัดจำหน่าย ราคา และการส่งเสริมการตลาด มีความสัมพันธ์กับการบริโภคสินค้าอินทรีย์ ตามลำดับ โดยคู่ตัวแปรพยากรณ์ที่มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์สูงสุดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 คือตัวแปรปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์กับตัวแปรปัจจัยด้านราคา (r = 0.462) และคู่ตัวแปรพยากรณ์มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ต่ำสุดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 คือตัวแปรปัจจัยด้านราคากับตัวแปรปัจจัยด้านการส่งเสริมการตลาด (r = 0.165) ส่วนคู่ตัวแปรพยากรณ์ที่ไม่มีความสัมพันธ์กับการบริโภคสินค้าอินทรีย์ คือ ตัวแปรปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์กับตัวแปรปัจจัยด้านการส่งเสริมการตลาด (r = 0.024) และตัวแปรปัจจัยด้านการจัดจำหน่ายกับตัวแปรปัจจัยด้านการส่งเสริมการตลาด (r = 0.081) เมื่อพิจารณาโดยภาพรวมของปัจจัยทุกด้าน พบว่าปัจจัยรายด้านที่มีความสัมพันธ์กับการบริโภคสินค้าอินทรีย์สูงที่สุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ สินค้าอินทรีย์ช่วยให้สุขภาพแข็งแรง (P1) สถานที่จำหน่ายสามารถเดินทางได้สะดวก (P9) และราคาสินค้าอินทรีย์เหมาะสมกับคุณภาพ (P5) โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ คือ 0.517 0.383 และ 0.354 ตามลำดับ และปัจจัยรายด้านที่มีความสัมพันธ์กับการบริโภคสินค้าอินทรีย์ต่ำที่สุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ หน่วยงานภาครัฐและเอกชนให้การสนับสนุนผลิตภัณฑ์อินทรีย์ (P14) การเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อินทรีย์ (P13) และมีการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ที่เชื่อถือได้ (P3) โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ คือ 0.104 0.126 และ 0.320 ตามลำดับ ข้อมูลชุดนี้เป็นประโยชน์สำหรับการส่งเสริมการบริโภคสินค้าอินทรีย์และการขยายตลาดสินค้าอินทรีย์
Thammasat University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ