|
เหา กับ เธอ: อำนาจและการต่อรองของผู้ต้องขังหญิงในทัณฑสถาน |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | เหา กับ เธอ: อำนาจและการต่อรองของผู้ต้องขังหญิงในทัณฑสถาน |
| Creator | รวิวรรณ รักถิ่นกำเนิด |
| Contributor | อนุสรณ์ อุณโณ, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2561 |
| Keyword | เหา, ทัณฑสถาน, ชีวอำนาจ, ผู้ต้องขังหญิง, การแพทย์, Lice, Correction center, Biopower, Female prisoners, Medicine |
| Abstract | วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ศึกษาบทบาทของเหาในทัณฑสถานหญิงกลาง กรุงเทพมหานคร ที่เกิดขึ้นกับผู้ต้องขังและสถาบันเบ็ดเสร็จ (total institution) พบว่าอำนาจควบคุมในเรือนจำไม่ได้มีแต่ระเบียบวินัย (discipline) แต่ยังประกอบไปด้วยชีวอำนาจ (biopower) ในรูปของความรู้ทาง สุขเวชศาสตร์ที่พยายามเบียดตัวเข้ามา หากแต่มันได้ถูกปรับเปลี่ยนเป้าหมายจากการบำบัดรักษามาเป็น รูปแบบหนึ่งของการควบคุมผู้ต้องขังโดยถูกผนวกกับระเบียบวินัยที่มีอยู่ก่อนหน้าซึ่งมุ่งเป้าไปที่ร่างกายที่สกปรกและเต็มไปด้วยโรคภัยไข้เจ็บ ในทางกลับกันผลมาจากเงื่อนไขที่ทัณฑสถานสร้างขึ้นเอง เช่น การควบคุมเวลาในการอาบน้ำ การจำกัดพื้นที่การนอน ซึ่งการมีอยู่ของเหาเป็นหนึ่งในผลผลิตดังกล่าว นอกจากนี้การศึกษายังพบว่า “เหา” สามารถใช้ลักษะทางชีววิทยาของตนเองที่มีร่างกายที่เล็ก ทนต่อสารทำความสะอาดบางชนิด รวมถึงสามารถดำรงชีวิตอยู่ใต้น้ำได้นานหลายชั่วโมง ดำรงอยู่ในเรือนจำได้อย่างมีชีวิตชีวา มากไปกว่านั้นเงื่อนไขที่สถาบันเบ็ดเสร็จสร้างขึ้นเพื่อการลงทัณฑ์ได้กลายมาเป็นช่องทางที่เหมาะสมให้กับการขยายพันธุ์ของเหาอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังพบว่าภายใต้สถานการณ์จำเพาะ เหาได้เปลี่ยนสถานะจากคู่ตรงข้ามในฐานะพาหะนำโรคของมนุษย์มาเป็นมิตรสหายต่างสายพันธุ์ ซึ่งสถานะดังกล่าวสามารถแปรเปลี่ยนไปมาได้ตามกิจกรรมระหว่างคนกับเหา เช่น ผู้ต้องขังที่ไม่ชอบตัวเหาในฐานะปรสิตก่อโรคแต่ยอมรับเหาในฐานะที่เป็นกิจกรรม เช่น ล่าเหา กำจัดเหา มากไปกว่านั้นภายใต้ความสัมพันธ์ดังกล่าวเหายังได้เข้าไปมีบทบาทในทัณฑสถานในสองส่วนหลักด้วยกัน คือ ส่วนแรก คือ การเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการต่อรองทางอำนาจระหว่างผู้ต้องขังหญิงกับอำนาจควบคุมทั้งอำนาจที่พรากชีวิตทางสังคมของพวกเธอ เริ่มจากการสร้างความสัมพันธ์ข้าม สายพันธุ์ระหว่างผู้ต้องขังหญิงกับเหา ผู้ต้องขังหญิงฉวยใช้มันสร้างกิจกรรมทางสังคมขึ้นโดยมีเหาเข้าไปอยู่ระหว่างกลาง ได้แก่ การหาเหาให้กัน การมีกลุ่ม ชมรมล่าเหา การแบ่งเหาให้กับเพื่อน ซึ่งผู้ต้องขังหญิงหลายคนได้เพื่อนสนิทจากกิจกรรมดังกล่าว ส่วนที่สอง คือ การต่อรองอำนาจทางการแพทย์ที่เข้ามาควบคุมความสะอาดของร่างกายโดยผู้ต้องขังหญิงใช้เหาเป็นเครื่องมือ เช่น การพยายามให้ติดเหาหรือการไม่ยอมหายจากเหา การสร้างองค์ความรู้และการรักษาเหาขึ้นมาใหม่นอกคำอธิบายทางการแพทย์ จนมีผลต่อการทำงานของอำนาจควบคุมตั้งแต่การปรับเปลี่ยนวิธีการควบคุมผู้ต้องขังเรื่องความสะอาด โดยเปลี่ยนจากการควบคุมเรือนร่างสู่การเข้าไปปรับเปลี่ยนความคิดและทัศนคติต่อเหาและร่างกายของตนเอง |