ส่วนประสมทางการตลาดออนไลน์ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการของผู้ใช้บริการเว็บไซต์ประกาศขายเช่าอสังหาริมทรัพย์มือสอง
รหัสดีโอไอ
Title ส่วนประสมทางการตลาดออนไลน์ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการของผู้ใช้บริการเว็บไซต์ประกาศขายเช่าอสังหาริมทรัพย์มือสอง
Creator รัตตินันท์ ดวงดี
Contributor สุทธิกร กิ่งแก้ว, ที่ปรึกษา
Publisher มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Publication Year 2561
Keyword ส่วนประสมทางการตลาดออนไลน์, เว็บไซต์ประกาศขายเช่าอสังหาริมทรัพย์, การทำการตลาดออนไลน์, Online marketing mix, Real estate property websites, Search engine optimization (SEO)
Abstract การศึกษาค้นคว้าเรื่อง “ส่วนประสมทางการตลาดออนไลน์ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการของผู้ใช้บริการเว็บไซต์ประกาศขายเช่าอสังหาริมทรัพย์มือสอง” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาส่วนประสมทางการตลาดออนไลน์ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจใช้บริการของผู้ใช้บริการเว็บไซต์ประกาศขายอสังหาริมทรัพย์มือสองและสรุปประเด็นสำคัญและนำเสนอแนวทางการดำเนินกลยุทธ์ต่อผู้ประกอบการเว็บไซต์ประกาศงานวิจัยได้รวบรวมข้อมูลจากผู้ใช้บริการทั้งในมุมมองของผู้ซื้อและผู้ขาย ด้วยการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-Depth Interview) แบ่งกลุ่มตัวอย่างสัมภาษณ์เป็น 4 กลุ่ม จำนวนรวม 14 ราย ประกอบไปด้วย กลุ่มเจ้าของทรัพย์ที่เคยนำทรัพย์มาประกาศปล่อยขายหรือเช่าผ่านเว็บไซต์ประกาศ กลุ่มนายหน้าอาชีพหลักและนายหน้าอาชีพเสริมที่เคยนำทรัพย์มาประกาศปล่อยขายหรือเช่าผ่านเว็บไซต์ และกลุ่มผู้ที่เคยซื้อหรือเช่าผ่านการเปรียบเทียบข้อมูลบนเว็บไซต์ ผลของงานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่าปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดออนไลน์ทั้ง 6 ปัจจัยส่งผลทั้งหมด โดยปัจจัยด้านบริการ(Service) ผู้ใช้บริการให้ความสำคัญต่อบริการบนเว็บไซต์เป็นหลักตั้งแต่การกรองข้อมูลการค้นหาทรัพย์ การลงประกาศได้แบบไม่เสียค่าใช้จ่าย การแสดงผลของรายละเอียดทรัพย์จากการค้นหา การนำเสนอรูปภาพของทรัพย์ ระบบภาษา การบริการอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการซื้ออสังหาริมทรัพย์ เช่น คำนวณสินเชื่อ เป็นต้น ส่วนปัจจัยด้านราคา (Price) ส่งผลกับกลุ่มนายหน้าอาชีพหลักเท่านั้นเนื่องจากกลุ่มเจ้าของทรัพย์และนายหน้าอาชีพเสริมไม่ได้เลือกใช้บริการแพ็กเกจพรีเมี่ยม โดยเหตุผลที่นายหน้าอาชีพหลักใช้เนื่องจากตนมักทำสัญญาแบบปิดและต้องการทำการตลาดให้ลูกค้าอย่างเต็มที่ ส่วนเหตุผลที่นายหน้าอาชีพเสริมไม่ใช้เนื่องจากตนมักไม่ได้ทำสัญญาหรือทำสัญญาแบบเปิด ทำให้มองว่าอาจจะไม่คุ้มค่ากับการลงทุน ส่วนปัจจัยด้านช่องทางการจัดจำหน่าย (Place) ผู้ใช้บริการได้ให้ความสำคัญกับประสบการณ์การใช้งานและความสวยงามของเว็บไซต์เป็นหลัก โดยเว็บไซต์จะต้องออกแบบให้ง่ายต่อการใช้งานในทุกส่วนและมีความสวยงาม ทันสมัย รวมถึงต้องเป็นที่รู้จัก มีคนใช้งานจำนวนมาก และมีความน่าเชื่อถือ รวมถึงช่องทางอื่น ๆ อย่าง facebook fanpage ที่ต้องมีความเคลื่อนไหวเพื่อเป็นช่องทางการสื่อสารถึงความมีตัวตนและความมีชื่อเสียงของเว็บไซต์ ส่วนปัจจัยด้านการส่งเสริมทางการตลาด (Promotion) ผู้ใช้บริการได้ตัดสินใจใช้บริการจากการทำการตลาดออนไลน์แบบ SEO การประชาสัมพันธ์ พนักงานขาย และการส่งเสริมการขาย ส่วนปัจจัยด้านการรักษาความเป็นส่วนตัว (Privacy) ในมุมมองผู้ขายนั้นได้คำนึงถึงว่าทางเว็บไซต์ต้องมีนโยบายรักษาความเป็นส่วนตัว ต้องมีรักษาข้อมูลต่าง ๆ ไว้เป็นความลับ และในมุมของผู้ซื้อนั้นคำนึงว่าต้องไม่มีให้กรอกข้อมูลส่วนตัวไว้ในเว็บไซต์ และปัจจัยด้านการให้บริการส่วนบุคคล (Personalization) ผู้ใช้บริการได้ให้ความสำคัญกับการบริการส่งผลตอบรับการลงประกาศไปยังอีเมลส่วนตัวของผู้ลงประกาศและการแนะนำทรัพย์ใกล้เคียงการค้นหาครั้งก่อนหน้าของผู้ซื้อ ทั้งนี้ เนื่องจากงานวิจัยชิ้นนี้มุ่งศึกษาปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดออนไลน์ เพื่อศึกษาพฤติกรรมการตัดสินใจใช้บริการของผู้ใช้บริการเท่านั้น ดังนั้นงานวิจัยในอนาคตควรศึกษาการศึกษาแนวทางการวางแผนการตลาดสำหรับธุรกิจกลุ่มนี้ หรือปัจจัยภายนอกที่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจ เพื่อเพิ่มความเข้าใจในด้านของการทำการตลาดและเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนี้ให้ดีขึ้นยิ่งขึ้นไป
Thammasat University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ