|
ผลกระทบของ mobile banking ต่อผลการดำเนินงานของธนาคาร |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | ผลกระทบของ mobile banking ต่อผลการดำเนินงานของธนาคาร |
| Creator | ธาม สถิตย์วิมล |
| Contributor | มนวิกา ผดุงสิทธิ์, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2561 |
| Keyword | ผลการดำเนินงาน, อุตสาหกรรมธนาคาร, Mobile banking, Financial performance, Banking industry |
| Abstract | ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศยังคงปฏิวัติอุตสาหกรรมธนาคารอย่างต่อเนื่องส่งผลให้อุตสาหกรรมการธนาคารทั่วโลกเกิดความปั่นป่วน การแข่งขันที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ธนาคารพาณิชย์ต้องคิดค้นนวัตกรรมเพื่อความอยู่รอด เห็นได้ชัดจากการเปลี่ยนแปลงของธนาคารที่มีสาขาแบบดั้งเดิมไปสู่ Mobile Banking ซึ่งช่วยดึงดูดลูกค้าใหม่ รักษาฐานลูกค้าเดิม และลดต้นทุนเมื่อมีลูกค้ามาใช้มากขึ้นเหตุผลข้างต้นเป็นที่มาของงานวิจัยซึ่งสนใจศึกษาผลกระทบของการออกใช้ Mobile Banking Application ต่อผลการดำเนินงานของธนาคาร โดยมีตัวอย่างเป็นธนาคารในกลุ่มประเทศ ASEAN+6 (ไม่รวมประเทศจีน) รวมถึงศึกษาความสัมพันธ์ของจำนวนบัญชีและปริมาณของธุรกรรม Mobile Banking ต่อผลการดำเนินงานของกลุ่มธนาคารในประเทศไทยระหว่างปี พ.ศ. 2553 – 2561 ผ่านการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Analysis)ผลการศึกษาพบว่า การเปิดให้บริการ Mobile Banking มีความสัมพันธ์เชิงลบกับกำไรก่อนหักภาษีต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) และรายได้ดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (NIMOE) หลังจากออกใช้ในปีที่ 1 2 และ 3 และมีความสัมพันธ์เชิงลบกับกำไรก่อนหักภาษีต่อสินทรัพย์ (ROA) และรายได้ดอกเบี้ยสุทธิต่อสินทรัพย์ (NIMOA) หลังจากออกใช้ในปีที่ 2 และ 3 อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 โดยสาเหตุอาจเกิดจากต้นทุนที่ใช้พัฒนาเทคโนโลยี การตอบรับต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ความเสี่ยงที่ผู้บริโภคยอมรับได้ อิทธิพลทางสังคม ความรู้ความเข้าใจในเทคโนโลยีที่แตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค และธนาคารอาจยังไม่สามารถลดต้นทุนเดิม เช่น ต้นทุนสาขา ลงได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ในงานวิจัยส่วนที่สองยังพบว่า การเปลี่ยนแปลงของมูลค่าธุรกรรมของ Mobile Banking ในระบบการเงินประเทศไทยมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับอัตราส่วนกำไรก่อนภาษีต่อสินทรัพย์ (ROA) ของกลุ่มธนาคารอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05ด้วยเหตุข้างต้น ธนาคารหรือผู้พัฒนาเทคโนโลยีควรคำนึงถึงระยะเวลาที่นานขึ้นในการคำนวณหรือลงทุนโครงการทางเทคโนโลยีใหม่ ๆ หน่วยงานกำกับดูแลอาจลดความเข้มงวดในการดูแลเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมทางการเงินใหม่ ๆ ลง และเน้นไปที่การสนับสนุนหรือออกแบบโครงสร้างพื้นฐานส่วนกลางให้ดีขึ้นเพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับผู้ให้บริการทางการเงิน ถึงกระนั้น ในงานวิจัยส่วนที่สองที่พบว่าการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าธุรกรรมของ Mobile Banking ในระบบการเงินประเทศไทยมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับอัตราส่วนกำไรก่อนภาษีต่อสินทรัพย์อย่างมีนัยสำคัญ แสดงให้เห็นว่าในภาพรวมของประเทศไทย การเติบโตของธุรกรรม Mobile banking นั้นส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมธนาคารในภาพรวม การปรับปรุงและพัฒนารองรับระบบ Mobile Banking เพิ่มเติมต่อไปจึงอาจเป็นสิ่งที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นด้วยว่าเทคโนโลยีใหม่ ๆ สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้ เป็นแนวทางเพื่อชักจูงและพัฒนาระบบการเงินสารสนเทศใหม่ ๆ ต่อไป |