การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาที่ดินบริเวณซอยเอกมัย 23 (ถนนสุขุมวิท 63)
รหัสดีโอไอ
Title การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาที่ดินบริเวณซอยเอกมัย 23 (ถนนสุขุมวิท 63)
Creator ปิยะนุช พร้อมประพันธ์
Contributor วิทวัส รุ่งเรืองผล, ที่ปรึกษา
Publisher มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Publication Year 2561
Keyword การศึกษาความเป็นไปได้, ถนนสุขุมวิท 63, ซอยเอกมัย 23, เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์, โรงแรมขนาดเล็ก, โฮสเทล, อสังหาริมทรัพย์แบบผสมผสาน, Feasibility study, Sukumvit 63 Road, Soi Ekkamai 23, Serviced apartment, Small hotel, Hostel, Mixed-use real estate
Abstract ที่ดินที่ทำการศึกษามีขนาด 202 ตารางวา ตั้งอยู่ในซอยเอกมัย 23 ถนนสุขุมวิท 63 (เอกมัย) จากการวิเคราะห์เบื้องต้น ทำให้ทราบถึงทางเลือกในการพัฒนาที่ดินที่ดีที่สุด คือการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์แบบผสมผสาน (Mixed-use Real Estate) ระหว่างโรงแรมขนาดเล็ก (โฮสเทล) และเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ รูปแบบอาคารสูง 7 ชั้น รวม 1 ชั้นที่จอดรถใต้ดิน ส่วนของโรงแรมขนาดเล็กแบ่งประเภทห้องพักออกเป็น ห้องพักเตียงคู่ (พัก 2 คน) และห้องพักแบบแคปซูล (พัก 8-12 คน) ขนาด 12-48 ตารางเมตร และส่วนของเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์แบ่งประเภทห้องพักออกเป็น ห้องพัก 1 ห้องนอน ขนาด 22-58 ตารางเมตร พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ที่จอดรถ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส และบริการนวดแผนไทย อีกทั้งยังมีส่วนของคาเฟ่ต์และร้านอาหารเปิดให้บริการสำหรับผู้เข้าพักและคนทั่วไปในละแวกใกล้เคียง ซึ่งสิ่งอำนวยความสะดวกนี้สามารถใช้ร่วมกันได้ทั้งส่วนของโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์อย่างครบครันและราคาคุ้มค่า โรงแรมขนาดเล็กเน้นจับกลุ่มเป้าหมายชาวต่างชาติทั้งที่มาเที่ยวในกรุงเทพฯ ระยะสั้น โดยเน้นชาวเอเชียเป็นหลัก และสำหรับเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์นั้นเน้นกลุ่มเป้าหมายชาวต่างที่เข้ามาทำงานประเทศไทย หลายเชื้อชาติ ทั้งชาวยุโรป และชาวญี่ปุ่น โดยเน้นชาวญี่ปุ่นที่ไม่ได้เป็นระดับผู้บริหาร หรือผู้บริหารระดับเริ่มต้น พักอาศัยคนเดียว โดยมีทั้งการออกค่าใช้เองและบริษัทออกค่าใช้จายให้ นอกนั้นยังมีคาเฟ่ต์และร้านอาหารซึ่งเป็นส่วนเสริม กลุ่มเป้าหมายได้แก่ ผู้ใช้บริการที่เข้าพัก กับคนในละแวก สรุปมูลค่าโครงการเท่ากับ 138,573,314 บาท ที่สัดส่วนเงินกู้ต่อเงินทุนเจ้าของ 80 : 20 จะได้มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) เท่ากับ 12,397,710 อัตราผลตอบแทนภายในของการลุงทุน (IRR) เท่ากับ 8.6% มีต้นทุนของเงินทุน (WACC) เท่ากับ 7.9% โดยสรุปแล้วจากที่ NPV ค่าเป็นบวก และ IRR มีค่ามากกว่า WACC ซึ่งหลังจากวิเคราะห์สถานการณ์ (Scenario Analysis) พบว่า NPV เป็นบวกในทุกสถานการณ์ยกเว้นในกรณีที่แย่ที่สุด และหลังจากวิเคราะห์ความอ่อนไหว (Sensitivity Aanalysis) พบกว่าการปรับขึ้นของราคาห้องและการลดลงของอัตราเข้าพัก เป็นปัจจัยที่มีความอ่อนไหวที่สุด ดังนั้นจึงต้องมุ่งทำการตลาดเพื่อดึงดูดผู้ใช้บริการให้มาพัก และสร้างสัมพันธ์อันดีกับผู้ใช้บริการเพื่อให้เกิดการบอกต่อ ดังนั้นโครงการนี้จึงเหมาะสมที่จะลงทุน
Thammasat University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ