|
แนวทางการพัฒนาสมรรถนะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานสำหรับนายทหารชั้นประทวน: กรณีศึกษา สำนักจิตวิทยา กรมกิจการพลเรือนทหารบก |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | แนวทางการพัฒนาสมรรถนะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานสำหรับนายทหารชั้นประทวน: กรณีศึกษา สำนักจิตวิทยา กรมกิจการพลเรือนทหารบก |
| Creator | สิปปวัสน์ โมระกรานต์ |
| Contributor | สุนิสา ช่อแก้ว, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2561 |
| Keyword | หมายเลขความชำนาญการทางทหาร (ชกท.), สมรรถนะหลัก, สมรรถนะตามตำแหน่งงาน, การทำงานแบบหมุนเวียน, ระบบการจัดการความรู้, การประเมินสมรรถนะ, Core competency, Functional competency, Job rotation, Knowledge management, Competency assessment |
| Abstract | จากการศึกษาในหัวข้อ “แนวทางการพัฒนาสมรรถนะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน สำหรับนายทหารชั้นประทวน กรณีศึกษาสำนักจิตวิทยา กรมกิจการพลเรือนทหารบก” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสมรรถนะและแนวทางการพัฒนาสมรรถนะการปฏิบัติงานของกำลังพลในสำนักจิตวิทยา กรมกิจการพลเรือนทหารบก สืบเนื่องมาจากภารกิจที่แต่ละกองในสำนักจิตวิทยารับผิดชอบนั้น เป็นภารกิจที่มีความหลากหลาย เช่น การผลิตสื่อ การถ่ายภาพรวมไปถึงการตัดต่อ สื่อต่างๆ ซึ่งไม่ตรงกับความชำนาญการทางทหาร (ชกท.) ของกำลังพลที่บรรจุในปัจจุบัน ซึ่งเน้นงาน สารบรรณ (งานเอกสาร) ส่งผลให้งานที่ออกมาไม่มีประสิทธิภาพตามเป้าหมาย กล่าวคือ เกิดปัญหา ในเรื่องของทักษะการทำงานในภารกิจที่ได้รับมอบหมาย นอกจากนี้การเข้ามาของเทคโนโลยี ส่งผลโดยตรงต่อแนวทางการปฏิบัติภารกิจของสำนักฯ ทำให้ประสิทธิภาพของแนวทางแบบเดิมไม่สามารถตอบโจทย์ได้ จึงจำเป็นที่จะต้องมีการทบทวนกระบวนการทำงานของสำนักฯให้สอดคล้องกับบริบทสังคม และเทคโนโลยีใหม่ๆ อันเป็นที่มาของการศึกษา โดยใช้การวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative research) ซึ่งทำการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องและจัดทำแบบสอบถามโดยใช้ข้อมูลสมรรถนะหลักของกองทัพบกที่มีอยู่เดิมร่วมกับสมรรถนะเพิ่มเติมที่ได้จากภารกิจที่แต่ละกองรับผิดชอบ โดยมีกลุ่มประชากรผู้ตอบแบบสอบถาม จำนวน 36 คน ซึ่งเป็นกำลังพลนายทหารชั้นประทวน ทั้งหมดของสำนักจิตวิทยา เพื่อนำข้อมูลจากผลแบบสอบถามมาวิเคราะห์หาความสัมพันธ์และสังเคราะห์เป็นผลการวิจัยจากผลการศึกษา “แนวทางการพัฒนาสมรรถนะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน สำหรับนายทหารชั้นประทวน กรณีศึกษาสำนักจิตวิทยา กรมกิจการพลเรือนทหารบก” พบว่า ในด้านสมรรถนะหลักของกองทัพบกกำลังพลนั้นกำลังพลมีความเข้าใจและสามารถปฏิบัติได้เป็นอย่างดีและในส่วนของสมรรถนะตามตำแหน่งงานนั้น กำลังพลมีความเห็นว่า ควรที่จะมีการพัฒนาทักษะความสามารถโดยรับการฝึกอบรมจากผู้เชี่ยวชาญภายนอก นอกจากนี้ยังมีแนวทางที่ผู้วิจัยเสนอแนะให้เกิดการพัฒนาในองค์การเพิ่มเติม เช่น การทำงานแบบหมุนเวียน (Job rotation), การจัดทำระบบการจัดการความรู้ของหน่วย (Knowledge management) และการประเมินสมรรถนะ (Competency assessment) เป็นต้น เพื่อให้เกิดการพัฒนาองค์การอย่างเป็นระบบ และส่งผลให้เกิดการพัฒนาสมรรถนะของกำลังพลในกองทัพบกต่อไป |