|
ปัญหาการฟ้องคดีทุจริตและประพฤติมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157: กรณีศึกษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | ปัญหาการฟ้องคดีทุจริตและประพฤติมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157: กรณีศึกษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง |
| Creator | มนทิดา อินาลา |
| Contributor | วรรณภา ติระสังขะ, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2561 |
| Keyword | คำฟ้อง, ผู้เสียหาย, ระบบไต่สวน, เจ้าพนักงานคดี, คดีทุจริตและประพฤติมิชอบ, Indictment, Sufferer, Inquisitorial system, Case affairs officer, Corruption and misconduct cases |
| Abstract | การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาในประเด็นปัญหาการฟ้องคดีทุจริตและประพฤติมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งมุ่งเน้นศึกษาปัญหาการฟ้องคดีกรณีผู้เสียหายเป็นโจทก์ฟ้อง ที่ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลคดี เป็นสำคัญ เพื่อทราบปัญหาและทราบถึงระบบการทำงานในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ทำให้ทราบว่าเกิดปัญหาอุปสรรค ข้อขัดข้องและข้อจำกกัดในเรื่องใดบ้าง ที่ส่งผลกระทบต่อกระบวนการทำงาน เพื่อนำไปสู่การหาแนวทางแก้ไขปัญหาและข้อขัดข้องดังกล่าว การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ(Qualitative Research) โดยการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) เป็นรายบุคคล และผลจากการศึกษาพบว่า ปัญหาที่สำคัญที่มีผลกระทบต่อการฟ้องคดีทุจริตและประพฤติมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งเกิดขึ้นในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางนั้นได้แก่ การตีความในมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญาของผู้เสียหาย (คดีราษฎรเป็นโจทก์)การบริหารจัดการซึ่งหน่วยงานยังขาดอัตรากำลังในส่วนของเจ้าหน้าที่ผู้ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแนะนำให้ความรู้ด้านกฎหมายตลอดจนการทำหน้าที่ในการคัดกรองคำฟ้องก่อนยื่นฟ้องต่อศาล ข้อจำกัดของงบประมาณที่ไม่ได้รับการสนับสนุนในการจัดจ้างบุคลากรซึ่งปฏิบัติงานในหน้าที่ดังกล่าว การฟ้องคดีโดยผู้เสียหายส่วนใหญ่ไม่ตรงตามเจตนารมณ์ของการจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบซึ่งปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ เหล่านี้ส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการคดีของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ผู้ศึกษาจึงมีข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวออกเป็น 3 ด้าน ดังนี้1) ข้อเสนอในเชิงนโยบาย1.1) ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางต้องเป็นศาลนาร่องในการดำเนินการให้มีการคัดกรองคำฟ้องโดยหน่วยงานที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย เช่นสำนักงานอัยการ หรือสภาทนายความ โดยจัดทำบันทึกข้อตกลงร่วมกันระหว่างศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางกับสำนักงานอัยการ หรือสภาทนายความเพื่อประสานความร่วมมือทางด้านกระบวนการยุติธรรมโดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อการการคัดกรองคำฟ้องกรณีผู้เสียหายเป็นโจทก์ยื่นฟ้องด้วยตนเอง โดยต้องออกเป็นข้อบังคับประธานศาลฎีกาเกี่ยวกับการยื่นฟ้องคดีกรณีผู้เสียหายเป็นโจทก์ โดยกำหนดให้การยื่นฟ้องคดีของผู้เสียหายต้องผ่านการคัดกรองคำฟ้องจากสำนักงานอัยการหรือสภาทนายความก่อนศาลจึงจะรับคำฟ้องไว้พิจารณาได้ อันจะทำให้คำฟ้องที่ยื่นเข้ามาต่อศาลเป็นคำฟ้องที่สมบูรณ์ถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากผ่านการคัดกรองจากผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายมาชั้นหนึ่งแล้ว และช่วยลดขั้นตอนในการพิจารณาคดีในชั้นการตรวจคำฟ้องของเจ้าพนักงานคดี ทำให้คดีที่จะยกฟ้องในชั้นตรวจคำฟ้องมีน้อยลง ทำให้คดีในศาลมีระยะเวลาในการพิจารณาสั้นลงทำให้คดีเสร็จไปจากศาลเร็วขึ้น ปริมาณคดีที่ค้างลดน้อยลง ทั้งนี้เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายตามมาตรา 157 เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย1.2) สำนักงานศาลยุติธรรมต้องปรับโครงสร้างและการแบ่งส่วนราชการภายในสำหรับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ให้มีส่วนงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการให้ความรู้คำปรึกษาแนะนาด้านกฎหมายที่เกี่ยวกับคดีทุจริตและประพฤติมิชอบโดยตรง ตลอดจนให้มีภารกิจในการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไป และบุคลากรในหน่วยงานราชการต่าง ๆ ได้รับรู้และเข้าใจถึงบทบาทภารกิจของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ อย่างเป็นรูปธรรมนอกจากส่วนงานบริการประชาชนและประชาสัมพันธ์ซึ่งมีภารกิจประจำอยู่แล้ว ทั้งนี้เพื่อช่วยหาทางออกอื่นให้แก่ผู้ถูกกระทบสิทธิ ซึ่งจะเป็นประโยชน์มากกว่าการยื่นฟ้องคดี เช่น การร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรม การไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องซึ่งสามารถทำนอกศาลได้2) ข้อเสนอแนะในทางปฏิบัติ2.1) จัดทำคำสั่งมอบหมายหน้าที่เพิ่มเติมให้เจ้าพนักงานคดีประจำองค์คณะผู้พิพากษาที่ปฏิบัติหน้าที่เวรชี้ประจำวัน ปฏิบัติหน้าที่ในการคัดกรองคำฟ้องกรณีผู้เสียหายเป็นโจทก์ยื่นฟ้องด้วยตนเองก่อนยื่นคำฟ้องต่อศาล โดยศาลต้องมีการกำหนดแนวปฏิบัติในการตรวจ คำฟ้องที่ผ่านการคัดกรองจากเจ้าพนักงานคดีก่อนยื่นฟ้องแล้วไม่ต้องผ่านขั้นตอนการตรวจคำฟ้องโดยเจ้าพนักงานคดีในขั้นตอนของการพิจารณาคดีอีก เพื่อไม่ให้เป็นการปฏิบัติงานที่มีลักษณะซ้ำซ้อน อีกทั้งเป็นการลดระยะเวลาและขั้นตอนการพิจารณาคดีให้สั้นลงอีกด้วย2.2) มอบหมายให้นักศึกษาฝึกงานที่เข้ามารับการฝึกงานที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ปฏิบัติหน้าที่ในการคัดกรองคำฟ้องก่อนยื่นฟ้องคดีกรณีผู้เสียหายเป็นโจทก์ยื่นฟ้องด้วยตนเอง ตลอดจนช่วยเหลือเจ้าพนักงานคดีในขั้นตอนการตรวจคำฟ้องก่อนเสนอความเห็นต่อศาลเพื่อให้ขั้นตอนการตรวจคำฟ้องเสร็จไปอย่างรวดเร็ว และเป็นการแบ่งเบาภาระของเจ้าพนักงานคดีซึ่งมีอัตรากำลังน้อยกว่าผู้พิพากษาในอัตรา 1:2 (เจ้าพนักงานคดี 1 คน สำหรับผู้พิพากษา 2 คน)2.3) ดำเนินการเชิงรุกในการดำเนินการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง โดยหน่วยงานต้องเร่งดำเนินการประชาสัมพันธ์เพื่อเชิญชวน เผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการไกล่เกลี่ยให้แก่ประชาชนทั่วไปได้รับรู้และมีความเข้าใจ ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และผ่านช่องทางอื่น ๆ รวมถึงการประชาสัมพันธ์ตามหน่วยงานภาครัฐ สถานศึกษา และชุมชนต่าง ๆ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ภาครัฐ นักเรียนนักศึกษา และประชาชนทั่วไปได้รับความรู้ เข้าใจถึงเจตนารมณ์ของกฎหมาย เพื่อให้การถูกกระทบสิทธิดังกล่าวระงับลงได้โดยไม่ต้องฟ้องร้องเป็นคดีความ ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายและเกิดความเข้าใจกันของคู่ความทั้งสองฝ่าย อันจะเกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับทุกฝ่าย แต่อย่างไรก็ตามการไกล่เกลี่ยประนอมข้อพิพาทเป็นการระงับข้อพิพาททางเลือกที่สามารถกระทำได้สำหรับในบางกรณีเท่านั้น3. ข้อเสนอแนะด้านกฎหมายเห็นควรให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เพื่อปรับปรุงสิทธิการฟ้องคดีอาญาของผู้เสียหายให้อยู่ภายใต้ขอบเขต และเงื่อนไขที่จำกัดดังนี้3.1) กำหนดขอบเขตการฟ้องคดีอาญาของผู้เสียหาย โดยการวางขอบเขตให้ผู้เสียหายมีสิทธิฟ้องคดีอาญาได้เฉพาะคดีความผิดลหุโทษ หรือความผิดเล็กน้อยที่มีอัตราโทษไม่เกินกว่าความผิดลหุโทษ และคดีความผิดอาญาต่อส่วนตัว ซึ่งเป็นความผิดอันยอมความได้เท่านั้น3.2) กำหนดเงื่อนไขการฟ้องคดีอาญาของผู้เสียหาย โดยการห้ามไม่ให้ผู้เสียหายนำคดีอาญามาฟ้องต่อศาลจนกว่าจะได้ดำเนินการในขั้นตอนไกล่เกลี่ยประนีประนอมยอมความโดยมีพนักงานอัยการ ทำหน้าที่เป็นคนกลาง และพนักงานอัยการ ได้พิจารณาแล้วเห็นควรอนุญาตให้ผู้เสียหายนำเรื่องดังกล่าวไปฟ้องคดีอาญาต่อศาลได้ด้วยตนเองต่อไป และเมื่อผลการไกล่เกลี่ยประนีประนอมยอมความไม่สามารถตกลงกันได้3.3) กำหนดหลักเกณฑ์การฟ้องคดีอาญาของผู้เสียหาย โดยการให้ผู้เสียหายฟ้องคดีอาญาได้เฉพาะในคดีที่พนักงานอัยการ มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีผู้กระทำผิดแล้วเท่านั้น |