ปัญหาการพิจารณาคดีอาญาของศาลสูงตามหลักการปฏิสัมพันธ์กับพยานโดยตรง
รหัสดีโอไอ
Title ปัญหาการพิจารณาคดีอาญาของศาลสูงตามหลักการปฏิสัมพันธ์กับพยานโดยตรง
Creator คุณากร มั่นนทีรัย
Contributor อุดม รัฐอมฤต, ที่ปรึกษา
Publisher มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Publication Year 2561
Keyword หลักการปฏิสัมพันธ์กับพยานโดยตรง, ศาลพิจารณา, การสืบพยาน, การสืบพยานในชั้นศาลสูง, การสืบพยานโดยใช้สื่อบันทึกภาพและเสียง, Principle of immediacy, Examination, Examination in the high court, Trial court, Examination by video-sound recording
Abstract การพิจารณาปัญหาข้อเท็จจริงในคดีอาญาจำเป็นต้องมีการสืบพยานและพิสูจน์ข้อเท็จจริงจนสิ้นสงสัย ผู้พิพากษาต้องมีปฏิสัมพันธ์กับพยานโดยตรง (Principle of Immediacy) ซึ่งจะทำให้ผู้พิพากษาได้รู้ ได้เห็น ได้ฟัง ได้สังเกตอากัปกริยาของพยานระหว่างการพิจารณาด้วยตนเอง ลดความเสี่ยงจากการถูกลดทอนความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐานที่ถูกส่งต่อมาหลายทอด อีกทั้งในระหว่างการพิจารณาคดีหากผู้พิจารณามีความสงสัยในประเด็นปัญหาใดก็สามารถซักถามพยานหรือสืบพยานเพิ่มเติมในจุดที่ยังคงข้องใจให้ชัดแจ้งได้ นอกจากนี้คู่ความยังสามารถโต้แย้งคัดค้านในประเด็นที่ยังคงเป็นปัญหาได้อีกด้วย ซึ่งการสืบพยานโดยมีปฏิสัมพันธ์กับพยานโดยตรงจะสามารถกระทำได้ในศาลพิจารณา ไม่ว่าจะเป็นการพิจารณาในศาลชั้นต้นหรือการพิจารณาในศาลชั้นอุทธรณ์ก็ตาม สำหรับประเทศไทยเป็นที่น่าสังเกตว่าเมื่อมีการอุทธรณ์ปัญหาข้อเท็จจริงขึ้นสู่ศาลสูง (ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกา) มักไม่ปรากฏว่าศาลมีการพิจารณาคดีโดยเปิดเผยหรือมีการกำหนดนัดผู้อุทธรณ์หรือคู่ความมาในวันพิจารณาคดีแต่อย่างใดวิทยานิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาแนวความคิดของหลักการปฏิสัมพันธ์กับพยานโดยตรง (Principle of Immediacy) ศึกษาความเป็นศาลพิจารณา ศึกษาแนวความคิดของการสืบพยานรวมถึงหลักเกณฑ์ในการใช้สื่อบันทึกภาพและเสียงในศาลพิจารณาและในศาลสูง โดยจะศึกษาเปรียบเทียบกฎหมายและแนวปฏิบัติของต่างประเทศ รวมถึงอิทธิพลของประเทศที่เรารับกฎหมายเข้ามาประยุกต์ใช้ เพื่อนำมาวิเคราะห์ถึงปัญหาเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขผลจากการศึกษาพบว่า การพิจารณาปัญหาข้อเท็จจริงในศาลพิจารณาครั้งที่สอง โดยประเทศที่ผู้เขียนศึกษาเปรียบเทียบจะมีการพิจารณาที่ไม่แตกต่างจากการพิจารณาในศาลชั้นต้น กล่าวคือ จะเป็นศาลพิจารณาที่ยึดหลักการพิจารณาตามหลักการปฏิสัมพันธ์กับพยานโดยตรง (Principle of Immediacy) เป็นไปตามหลักการสืบพยานด้วยวาจาและเป็นไปอย่างเปิดเผย สำหรับในส่วนของสื่อบันทึกภาพและเสียงของคำให้การหรือคำเบิกความที่ถูกบันทึกมาจากชั้นสอบสวนหรือศาลพิจารณาครั้งแรกนั้นจะมีการรับฟังอย่างจำกัด โดยผู้ถูกบันทึกด้วยสื่อบันทึกภาพและเสียงต้องให้ความยินยอมก่อนนำเข้าสืบในศาลพิจารณาครั้งที่สอง สำหรับในส่วนชั้นศาลสูงสุดนั้นจะรับพิจารณาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมายเท่านั้นข้อเสนอแนะจากการศึกษา เพื่อให้ศาลสูงของประเทศไทยมีการพิจารณาปัญหาข้อเท็จจริงในคดีอาญาที่เป็นไปอย่างมีระบบ มีประสิทธิภาพ เป็นไปโดยสะดวก รวดเร็ว เป็นธรรมและเหมาะสมต่อการนำมาปรับปรุงวิธีการพิจารณาคดีอาญาในปัจจุบัน เห็นควรให้มีการกำหนดให้ศาลอุทธรณ์ต้องพิจารณาคดีโดยเปิดเผยเป็นหลักและหากศาลอุทธรณ์จะพิจารณาคดีโดยไม่เปิดเผยเพราะเห็นว่าข้อเท็จจริงนั้นได้มีการว่ากล่าวมาแล้วในศาลชั้นต้นและมีประเด็นที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน ศาลอุทธรณ์ต้องไม่สามารถตัดสินข้อเท็จจริงให้แตกต่างไปจากศาลชั้นต้น อย่างไรก็ดีต้องไม่เป็นการตัดสิทธิ์คู่ความที่จะร้องขอให้ศาลออกนั่งพิจารณาโดยเปิดเผย และในกรณีที่คู่ความร้องขอหรือหากศาลเห็นว่าควรสืบพยานเพิ่มเติม ให้ศาลอุทธรณ์มีอำนาจเรียกพยานมาสืบเอง สำหรับในส่วนของศาลฎีกาควรรับพิจารณาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมายเท่านั้นนอกจากนี้ ในส่วนของบันทึกคำให้การหรือคำเบิกความพยานจากชั้นสอบสวนหรือจากศาลพิจารณาลำดับแรกที่ได้บันทึกลงไว้ในสื่อบันทึกภาพและเสียง หากจะนำบันทึกดังกล่าวมาใช้แทนการสืบพยานในศาลสูง ต้องได้รับอนุญาตจากศาลและได้รับความยินยอมจากผู้ที่ถูกบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรและก่อนที่จะนำสื่อบันทึกภาพและเสียงนั้นมาเปิดในศาลพิจารณาผู้ถูกบันทึกต้องสามารถตรวจสอบสื่อบันทึกภาพและเสียงนั้นได้
Thammasat University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ