|
การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากหน่วยงานของรัฐ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากหน่วยงานของรัฐ |
| Creator | ชาญชัย จิระเดชประไพ |
| Contributor | สุเมธ ศิริคุณโชติ, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2561 |
| Keyword | ภาษีมูลค่าเพิ่ม, กิจกรรมทางเศรษฐกิจ, หน่วยงานของรัฐ, บริการสาธารณะ, Value added tax, Economic activity, State agencies, Public service |
| Abstract | เนื่องจากกิจกรรมที่ดำเนินการโดยหน่วยงานของรัฐในปัจจุบันมีหลากหลายประเภท ซึ่งพอจะแบ่งประเภทได้เป็นกิจกรรมที่เป็นบริการสาธารณะ และกิจกรรมที่เป็นบริการเอกชนของฝ่ายปกครองซึ่งไม่ใช่บริการสาธารณะ ประกอบกับการจัดองค์กรของรัฐเพื่อจัดทำบริการสาธารณะในปัจจุบันก็มีหลากหลายรูปแบบโดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งองค์กรที่แตกต่างกันไป คือ ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์การมหาชน โดยเมื่อพิจารณาประกอบกับข้อความคิดว่าด้วยกิจกรรมทางเศรษฐกิจ (Economic Activity) ซึ่งเป็นแนวคิดสำคัญที่ใช้ในการแบ่งแยกว่ากิจกรรมใดอยู่ในขอบข่ายภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วพบว่า กิจกรรมที่ดำเนินการโดยหน่วยงานของรัฐมีทั้งกิจกรรมที่อยู่ในขอบข่ายภาษีมูลค่าเพิ่มและกิจกรรมที่ไม่ได้อยู่ในขอบข่ายที่ภาษีมูลค่าเพิ่มปะปนกันไป อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาหลักเกณฑ์ในเรื่องผู้มีหน้าที่เสียภาษีคือกรณีของ “ผู้ประกอบการ” ซึ่งมีคำนิยามปรากฏอยู่ในมาตรา 77/1 (5) แห่งประมวลรัษฎากร พบว่า ประมวลรัษฎากรกำหนดให้กิจกรรมที่อยู่ในขอบข่ายภาษีมูลค่าเพิ่มคือ “การขายสินค้าหรือให้บริการในทางธุรกิจหรือวิชาชีพ” โดยเมื่อศึกษาแนวทางการตีความขององค์กรผู้มีอำนาจตีความได้แก่ กรมสรรพากร และคณะกรรมการกฤษฎีกา พบว่า ในบางกรณียังไม่มีความสอดคล้องกับข้อความคิด ว่าด้วยกิจกรรมทางเศรษฐกิจ (Economic Activity) ซึ่งส่งผลทำให้กิจกรรมที่ดำเนินการโดยหน่วยงานของรัฐบางกิจกรรมไม่ถูกจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ทั้ง ๆ ที่กิจกรรมนั้น ๆ ควรต้องจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ส่งผลทำให้รัฐขาดรายได้ที่ควรจะได้รับ อีกทั้ง เมื่อพิจารณาบทบัญญัติมาตรา 81 (1) (ถ) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่กรณีการให้บริการของราชการส่วนท้องถิ่นซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ โดยการยกเว้นตามมาตราดังกล่าวไม่รวมถึงกรณีการให้บริการที่เป็นการพาณิชย์หรือเป็นการหารายได้หรือผลประโยชน์ ยังทำให้เกิดข้อสงสัยด้วยว่า การให้บริการซึ่งกระทำโดยราชการส่วนท้องถิ่นที่จะได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มมีขอบเขตเพียงใด เพราะหากแปลความจากบทบัญญัติดังกล่าว กรณีที่ราชการส่วนท้องถิ่นจะได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81 (1) (ถ) แห่งประมวลรัษฎากรต้องเป็นกรณีการให้บริการที่มิได้เป็นการพาณิชย์หรือเป็นการหารายได้หรือผลประโยชน์เท่านั้น นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาบทบัญญัติมาตรา 81 (1) (ท) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งมีการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับการขายสินค้าหรือการให้บริการของกระทรวง ทบวง กรม อันเป็นหน่วยงานของรัฐ ยังพบว่าบทบัญญัติดังกล่าวอาจก่อให้เกิดปัญหา เกี่ยวกับความเป็นธรรมและความเป็นกลางทางภาษี เพราะการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่กระทรวง ทบวง กรม โดยอาศัยเงื่อนไขเพียงการส่งรายรับทั้งสิ้นให้แก่รัฐโดยไม่หักรายจ่ายใด มีผลทำให้เอกชนและกระทรวง ทบวง กรม มีภาระภาษีที่แตกต่างกัน ทั้ง ๆ ที่ในบางกรณีเอกชนและกระทรวง ทบวง กรม ทำการขายสินค้าหรือให้บริการในลักษณะเดียวกัน ด้วยเหตุนี้ ผู้เขียนจึงทำการศึกษาลักษณะของกิจกรรมที่อยู่ในขอบข่ายภาษีมูลค่าเพิ่มลักษณะของกิจกรรมที่ดำเนินการโดยหน่วยงานของรัฐ ตลอดจนข้อความคิดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งยังได้หยิบยกกฎหมายของสหภาพยุโรป กฎหมายของประเทศสวีเดน และกฎหมายของประเทศนิวซีแลนด์ มาทำการศึกษาเปรียบเทียบ วิเคราะห์ เพื่อหาข้อสรุปและเสนอแนะให้มีการพัฒนาโดยการปรับปรุงบทบัญญัติในประมวลรัษฎากรและหรือปรับปรุงแนวทางการตีความให้สอดคล้องกับหลักการสากลต่อไป |