|
ความเหมาะสมของประเทศไทยในการเข้าเป็นภาคีของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยเงื่อนไขในการจดทะเบียนเรือ ค.ศ.1986 |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | ความเหมาะสมของประเทศไทยในการเข้าเป็นภาคีของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยเงื่อนไขในการจดทะเบียนเรือ ค.ศ.1986 |
| Creator | พิมพา มาลิสา |
| Contributor | ไผทชิต เอกจริยกร, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2561 |
| Keyword | การจดทะเบียนเรือ, รัฐที่รับจดทะเบียน, ธงเรือ, หลักความเกี่ยวโยงอย่างแท้จริง, Register of ships, State of registration, Flag State, Genuine link |
| Abstract | ประเทศไทยมีการพัฒนากฎหมายที่เกี่ยวกับการจดทะเบียนเรือ โดยมีการร่างกฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวข้อง เช่น ร่างพระราชบัญญัติการจดทะเบียนเรือสากล พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติการจดทะเบียนเรือชาร์เตอร์เรือแบบเปล่า พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติเรือไทย พ.ศ. .... ซึ่งได้มุ่งเน้นในการปรับปรุงกฎระเบียบ ข้อบังคับและระบบการบริหารจัดการที่เกี่ยวข้องกับการจดทะเบียนเรือให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ทั้งในด้านประสิทธิภาพในการตรวจเรือ การแข่งขันทางเศรษฐกิจ และความปลอดภัยในการเดินเรือ แต่แม้ว่าบางส่วนของกฎหมายที่เกี่ยวกับการจดทะเบียนเรือของประเทศไทยได้รับการแก้ไขไปแล้ว แต่อีกหลายส่วนก็ยังคงเป็นปัญหา เช่นการจดทะเบียนเรือที่มีเงื่อนไขยุ่งยากและไม่ทันสมัย การจัดคนประจำเรือ หรือเงื่อนไขความเป็นเจ้าของเรือ ทำให้เจ้าของเรือจากต่างประเทศไม่ต้องการนำเรือมาจดทะเบียนในประเทศไทย จากสภาพปัญหาดังกล่าว จึงมีประเด็นปัญหาที่น่าศึกษาเป็นอย่างยิ่งว่าทำอย่างไรกฎหมายที่เกี่ยวกับการจดทะเบียนเรือของประเทศไทยจะมีความสมบูรณ์ ทันสมัย และเป็นที่ยอมรับของต่างประเทศ กฎหมายที่มีอยู่มีความครบถ้วนเพียงพอและเหมาะสมกับการจดทะเบียนเรือหรือไม่ และหากประเทศไทยประสงค์ให้กฎหมายในการจดทะเบียนเรือมีความเป็นสากลและได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ ประเทศไทยควรเข้าเป็นภาคีของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยเงื่อนไขในการจดทะเบียนเรือ ค.ศ.1986 หรือไม่อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยเงื่อนไขในการจดทะเบียนเรือ ค.ศ.1986 เปิดให้ลงนามเข้าร่วมเป็นภาคีเป็นระยะเวลา 1 ปี ซึ่งเริ่มเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2529 – 30 เมษายน 2530 โดยจัดขึ้นที่นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา จนถึงปัจจุบันมีประเทศที่ได้แสดงเจตนาในการเข้าร่วมเป็นภาคีเพียง 24 ประเทศเท่านั้น และมีเพียง 15 ประเทศที่ให้สัตยาบัน ซึ่งประเทศที่ได้ให้สัตยาบันล่าสุดคือประเทศโมร็อกโก เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2555 แต่อย่างไรก็ตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยเงื่อนไขในการจดทะเบียนเรือ ค.ศ.1986 นี้ยังไม่มีผลบังคับใช้ เพราะตามมาตรา 19 ได้กำหนดไว้ว่า “อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยเงื่อนไขในการจดทะเบียนเรือ ค.ศ.1986 นี้จะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นระยะเวลา 12 เดือน นับจากวันที่มีประเทศที่เข้าร่วมเป็นภาคีไม่น้อยกว่า 40 ประเทศและมีระวางบรรทุกรวมแล้วไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของระวางบรรทุกของโลก” อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยเงื่อนไขในการจดทะเบียนเรือ ค.ศ.1986 มีข้อบทที่เกี่ยวข้องกับเงื่อนไขในการจดทะเบียนเรือทั้งหมด 22 มาตรา เป็นข้อบทที่กำหนดเงื่อนไขก่อนการรับจดทะเบียน 13 มาตรา คือ มาตรา 1-13 และข้อกำหนดในการบังคับใช้เงื่อนไขต่างๆที่กำหนดไว้หลังจากที่ได้จดทะเบียนแล้ว 9 มาตรา คือ มาตรา 14-22 ซึ่งวัตถุประสงค์หลัก (objectives) ของอนุสัญญาฉบับนี้คือ เพื่อให้เป็นที่มั่นใจว่าจะมีหรือเพื่อเพิ่มความเข้มแข็งของความเกี่ยวโยงอันแท้จริง (genuine link) ระหว่างรัฐกับเรือที่ชักธงเรือของรัฐนั้นและเพื่อให้รัฐใช้เขตอำนาจและการควบคุมเหนือเรือดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิผลในส่วนที่เกี่ยวกับการพิสูจน์ตัวตนและความรับผิดชอบของเจ้าของเรือและผู้ปฏิบัติการเรือรวมทั้งในส่วนที่เกี่ยวกับกิจการทางการปกครอง กิจการทางวิชาการ กิจการทางเศรษฐกิจและกิจการทางสังคม โดยรัฐเจ้าของธงจะต้องนำข้อบทในอนุสัญญาฉบับนี้ไปใช้บังคับในรัฐของตน จากการศึกษาพบว่า การจดทะเบียนเรือนั้นถือเป็นวิธีการหนึ่งที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เรือได้สัญชาติตามที่ผู้ที่เป็นเจ้าของต้องการ ซึ่งการได้มานี้จะได้โดยการทำวิธีใดก็ได้ แต่ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามกฎหมายภายในของประเทศนั้นๆ เพราะมีบางประเทศที่กำหนดการให้สัญชาติแก่เรือให้เป็นไปตามสัญชาติของเจ้าของเรือโดยไม่ต้องทำการจดทะเบียนเรือ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วเรือจะได้สัญชาติโดยการจดทะเบียน ณ ประเทศใดประเทศหนึ่ง ซึ่งการจดทะเบียนเรือมีความสำคัญทั้งต่อการได้มาซึ่งสัญชาติของเรือ เพื่อแสดงกรรมสิทธิ์ความเป็นเจ้าของเรือ เพื่อได้รับการรับรองสิทธิ คุ้มครองและสิทธิประโยชน์อื่นๆจากรัฐที่รับจดทะเบียน และเพื่อให้รัฐที่รับจดทะเบียนมีอำนาจในการควบคุมเรือ ถึงแม้ว่าเรือที่ได้รับจดทะเบียนแล้วจะได้รับการรับรอง คุ้มครองสิทธิและได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆจากรัฐที่รับจดทะเบียน เจ้าของเรือและหรือผู้ปฏิบัติการเรือต้องปฏิบัติตามกฎหมายภายในของรัฐที่รับจดทะเบียนทั้งเรื่องของภาษี การจัดคนประจำเรือ เพื่อให้รัฐที่รับจดทะเบียนสามารถใช้เขตอำนาจและการควบคุมเหนือเรือ ในเรื่องหลักการใช้เขตอำนาจของประเทศที่กฎหมายระหว่างประเทศให้ความรับรอง ได้แก่ เรื่องหลักดินแดน หลักสัญชาติ หลักการป้องกัน หลักสากลหรือหลักอนุสัญญา ดังนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐที่รับจดทะเบียนนั้นมีอำนาจที่จะติดตามเรือได้แม้ว่าเรือนั้นจะอยู่ในรัฐอื่นหรืออยู่ในทะเลหลวงก็ตามวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ผู้เขียนยังได้ทำการวิเคราะห์วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ได้ศึกษาเกี่ยวกับเงื่อนไขการจดทะเบียนเรือของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยเงื่อนไขในการจดทะเบียนเรือ ค.ศ.1986 (United Nations Convention on Conditions for Registration of Ships 1986) อนุสัญญาเจนีวาว่าด้วยทะเลหลวง ค.ศ.1958 (The Geneva Convention on the High Seas 1958: GCHS) อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 (United Nations Convention on the Law of the Sea 1982: UNCLOS) ทั้งนี้ยังได้ศึกษาถึงเงื่อนไขการจดทะเบียนเรือทั่วไป การจดทะเบียนเรือสากลและการจดทะเบียนเรือชาร์เตอร์แบบเปล่าของประเทศนอร์เวย์ ประเทศเดนมาร์กและประเทศมาเลเซีย รวมถึงกฎหมายของประเทศไทยว่ากฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้เป็นไปตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยเงื่อนไขในการจดทะเบียนเรือ ค.ศ.1986 หรือไม่ ซึ่งหัวข้อหลักที่ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับเงื่อนไขในการจดทะเบียนเรือของแต่ละประเทศได้แก่ 1) เงื่อนไขสำหรับเรือที่นำมาจดทะเบียน 2) คุณสมบัติของเจ้าของเรือ 3) เงื่อนไขในการตรวจเรือ 4) เอกสารที่จำเป็นในการจดทะเบียนเรือ 5) การจัดคนประจำเรือ 6) ค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนเรือ |