|
มาตรการทางกฎหมายเพื่อคุ้มครองความเป็นมารดาให้สอดคล้องกับอนุสัญญาขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | มาตรการทางกฎหมายเพื่อคุ้มครองความเป็นมารดาให้สอดคล้องกับอนุสัญญาขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ |
| Creator | ศิริรัตน์ ศิริยุวสมัย |
| Contributor | วิจิตรา วิเชียรชม, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2561 |
| Keyword | แรงงานหญิง, สิทธิลาคลอด, สิทธิพักเพื่อให้นมบุตร, คุ้มครองความเป็นมารดา, องค์การแรงงานระหว่างประเทศ, Female workers, Maternity leave, Breastfeeding breaks, Maternity protection, International Labour Organization |
| Abstract | วิทยานิพนธ์นี้มุ่งศึกษาการคุ้มครองความเป็นมารดาของแรงงานหญิงตามกฎหมายไทยโดยวิเคราะห์ในเชิงกฎหมายเปรียบเทียบกับอนุสัญญาขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 183 ว่าด้วยการคุ้มครองความเป็นมารดา ค.ศ. 2000 ผลการศึกษาพบว่า กฎหมายไทยไม่สอดคล้องกับมาตรฐานการคุ้มครองความเป็นมารดาตามอนุสัญญาฉบับดังกล่าว ในเรื่องระยะเวลาการลาคลอด สิทธิลาตรวจครรภ์ สิทธิพักเพื่อให้นมบุตร และสภาพการจ้าง เนื่องจากกฎหมายไทยไม่ได้กำหนดระยะเวลาบังคับลาหลังคลอดและการขยายระยะเวลาการลาคลอดกรณีคลอดบุตรหลายคนในคราวเดียวกัน อีกทั้งมีลักษณะนำเอาวันลาตรวจครรภ์ก่อนการคลอดบุตรรวมกับวันลา เพื่อคลอดบุตรและไม่ครอบคลุมการลาตรวจสุขภาพภายหลังการคลอดบุตร การไม่มีบทบัญญัติทางกฎหมายคุ้มครองให้แรงงานหญิงมีสิทธิพักในระหว่างเวลาทำงานหรือลดชั่วโมงการทำงานเพื่อให้นมบุตร รวมถึงไม่มีบทบัญญัติให้ความคุ้มครองในเรื่องสภาพการจ้างและความปลอดภัยในการทำงานแก่แรงงานหญิง ที่อยู่ในระหว่างให้นมบุตรเป็นการเฉพาะ ในขณะที่กฎหมายของประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีได้กำหนดระยะเวลาบังคับลาหลังคลอดและขยายระยะเวลาการลาคลอดในกรณีที่มีการคลอดบุตรหลายคนในคราวเดียวกันหรือ มีเหตุที่จะต้องใช้ระยะเวลาในการฟื้นฟูสุขภาพภายหลังการคลอดมากกว่าปกติ ตลอดจนกำหนด ให้แรงงานหญิงมีสิทธิลาเพื่อเข้ารับการตรวจสุขภาพอันเนื่องมาจากการตั้งครรภ์ทั้งก่อนและหลังการคลอดบุตรตามที่ได้นัดหมายกับบุคลากรทางการแพทย์แยกต่างหากจากวันลาเพื่อคลอดบุตร อย่างชัดเจน กฎหมายของประเทศสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ซึ่งคุ้มครองให้แรงงานหญิงมีสิทธิพัก ในระหว่างเวลาทำงานเพื่อให้นมบุตร รวมถึงกำหนดให้สถานประกอบกิจการจะต้องจัดให้มีห้องและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกหรือจำเป็นต่อการให้นมบุตรด้วย และกฎหมายของประเทศญี่ปุ่นที่บัญญัติห้ามมิให้นายจ้างมอบหมายให้แรงงานหญิงตั้งครรภ์และแรงงานหญิงที่อยู่ในระหว่างให้นมบุตรทำงานในเวลากลางคืน ทำงานล่วงเวลา ทำงานในวันหยุดและทำงานที่มีลักษณะเป็นอันตรายต่อสุขภาพและร่างกาย ด้วยเหตุดังกล่าว จึงควรแก้ไขและปรับปรุงกฎหมายคุ้มครองแรงงานของไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานการคุ้มครองความเป็นมารดาตามที่องค์การแรงงานระหว่างประเทศกำหนด รวมถึงกฎหมายต่างประเทศที่มีมาตรการทางกฎหมายให้ความคุ้มครองแก่แรงงานหญิงที่ดีกว่ากฎหมายไทย เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการทำงานกับภาระความรับผิดชอบทางครอบครัว |