|
มาตรการแทนการลงโทษจำคุก: ศึกษากรณีคำสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหาย |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | มาตรการแทนการลงโทษจำคุก: ศึกษากรณีคำสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหาย |
| Creator | ศิรดา เต็งประทีป |
| Contributor | ปกป้อง ศรีสนิท, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2561 |
| Keyword | โทษอาญาทางเลือก, มาตรการแทนการลงโทษจำคุก, คำสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหาย, Alternative punishment, Alternative measure to imprisonment, Reparation order |
| Abstract | เมื่อบทลงโทษที่ถูกกำหนดไว้ในประมวลกฎหมายอาญาของไทยในปัจจุบันยังคงมีอยู่อย่างจำกัด ศาลไม่สามารถนำโทษ หรือมาตรการอื่นทางอาญานอกเหนือจากที่กฎหมายบัญญัติมาบังคับใช้ได้ โดยเฉพาะสำหรับกรณีการกระทำความผิดบางประเภทที่ไม่สมควรลงโทษถึงขั้นจำคุก แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นความผิดที่รุนแรงเกินกว่าจะใช้เพียงมาตรการการรอการลงโทษเท่านั้น ส่งผลให้ศาลจำต้องใช้วิธีการลงโทษจำคุกอยู่นั่นเอง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เกิดปัญหาที่สำคัญในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา คือ ปัญหาเรื่องความแออัดของเรือนจำ ในวิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงได้นำเสนอบทลงโทษอาญาทางเลือก คือ การมีคำสั่งให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหาย ซึ่งถือเป็นมาตรการแทนการลงโทษจำคุกรูปแบบหนึ่งที่มีเงื่อนไขแตกต่างจากการใช้สิทธิเรียกร้องทางแพ่งของผู้เสียหายในคดีอาญา และการมีคำสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหายในฐานะที่เป็นเงื่อนไขของการรอการลงโทษที่กำหนดอยู่ในกฎหมายไทยในปัจจุบัน การบัญญัติเพิ่มโทษอาญาทางเลือกให้ศาลสามารถใช้ดุลพินิจตัดสินพิพากษาให้ผู้กระทำความผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายได้ทันทีนั้น นอกจากจะช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องความแออัดของเรือนจำแล้ว ยังถือเป็นมาตรการที่ส่งผลดีทั้งต่อตัวผู้เสียหาย ทำให้ผู้เสียหายได้รับการเยียวยาความเสียหายที่ได้รับจากการกระทำความผิดอย่างเป็นรูปธรรม และยังส่งผลดีต่อตัวผู้กระทำความผิด ในแง่ของการป้องกันมิให้ผู้กระทำความผิดได้รับผลร้ายที่อาจเกิดจากการถูกลงโทษจำคุก และเปิดโอกาสให้ผู้กระทำความผิดสามารถชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทำของตน ทั้งยังมีโอกาสได้รับการแก้ไขฟื้นฟูเพื่อปรับปรุงพฤตินิสัยได้อย่างเหมาะสม ซึ่งบทลงโทษทางอาญาในรูปแบบที่มุ่งเน้นการเยียวยาความเสียหาย และการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำความผิดโดยเฉพาะการมีคำสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหายนี้ เป็นแนวโน้มพัฒนาการสำหรับกระบวนการยุติธรรมทางอาญาสมัยใหม่ ที่ช่วยส่งเสริมให้กฎหมายยังคงสถานะเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการควบคุมดูแลให้เกิดความสงบเรียบร้อยในสังคม และช่วยพัฒนาประสิทธิภาพของกระบวนการยุติธรรมทางอาญาให้คงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในสังคมที่ล้วนแต่ต้องดำเนินชีวิตอยู่ภายใต้ความคุ้มครองของกฎหมายทั้งสิ้น |