|
ปัญหาการเยียวยาจำเลยในคดีอาญาตามพระราชบัญญัติการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ. 2526 |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | ปัญหาการเยียวยาจำเลยในคดีอาญาตามพระราชบัญญัติการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ. 2526 |
| Creator | ปฤจฉาพร คินธร |
| Contributor | ปกป้อง ศรีสนิท, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2561 |
| Keyword | การรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่, การเยียวยา, จำเลย, ค่าทดแทน, Resurrect criminal case, Remedy, Defendant, Compensation |
| Abstract | ความผิดพลาดของกระบวนการยุติธรรมทางอาญาซึ่งส่งผลให้จำเลยหรือผู้ต้องโทษได้รับความเสียหายจากการถูกลงโทษอาญา ยังคงปรากฏให้เห็นในปัจจุบัน ซึ่งรัฐย่อมมีหน้าที่ในการแก้ไขเยียวยาความเสียหายจากความผิดพลาดดังกล่าว โดยวิธีการแก้ไขและเยียวยานี้ ปรากฏอยู่ในพระราชบัญญัติการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ. 2526 ซึ่งมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2526 เพื่อแก้ไขกระบวนการพิจารณาความอาญาที่ไม่สมบูรณ์ และเยียวยาความเสียหายแก่จำเลยซึ่งต้องรับโทษทั้งที่มิได้เป็นผู้กระทำผิดที่แท้จริง แต่พระราชบัญญัตินี้ยังมีข้อจำกัดและมีความไม่เหมาะสมในหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการเยียวยาจำเลยตามพระราชบัญญัตินี้ ผู้เขียนจึงได้มุ่งศึกษาปัญหาการเยียวยาจำเลยตามพระราชบัญญัติการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ. 2526 โดยการศึกษาเปรียบเทียบกับการเยียวยาจำเลยตามกฎหมายต่างประเทศ ได้แก่ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เยอรมัน และอเมริกา จากการศึกษาพบว่าการเยียวยาจำเลยตามพระราชบัญญัติการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ. 2526 มีความล้าสมัยไม่สอดคล้องกับกาลเวลาปัจจุบันและไม่เหมาะเพียงพอที่จะทดแทนความเสียหายที่จำเลยได้รับ 1) อัตราค่าทดแทนเป็นตัวเงินตามพระราชบัญญัตินี้ เมื่อเปรียบเทียบกับอัตราค่าทดแทนเป็นตัวเงินของต่างประเทศนั้นมีความล้าสมัยมาก ส่งผลให้ไม่เหมาะสมและเพียงพอที่จะทดแทนความเสียหายที่จำเลยได้รับจากความผิดพลาดของกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ผู้เขียนจึงเห็นว่าควรแก้ไขปรับปรุงอัตราค่าทดแทนดังกล่าวให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น โดยนำเอาหลักเกณฑ์ในการเยียวยาความเสียหายตามมูลละเมิดมาขยายค่าทดแทนเป็นตัวเงินให้เป็นรูปแบบที่ไม่มีการจำกัดเพดานขั้นสูงสุดของวงเงินที่จะมีการเยียวยาเอาไว้ เพื่อความยืดหยุ่นในการพิจารณาอัตราค่าทดแทนสำหรับจำเลยแต่ละคนให้เหมาะสมกับความเสียหายที่จำเลยในคดีอาญาแต่ละคนได้รับให้ใกล้เคียงกับความเสียหายจริงมากที่สุด 2) การกำหนดค่าทดแทนเป็นตัวเงินให้แก่จำเลย เพื่อเยียวยาความเสียหายตามพระราชบัญญัตินี้ไม่ได้กำหนดแนวทางในการพิจารณาจ่ายค่าทดแทนเป็นตัวเงินเอาไว้ ผู้เขียนจึงเห็นว่าควรกำหนดกรอบหลักเกณฑ์เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพิจารณาจ่าย นอกจากนี้ควรกำหนดข้อยกเว้นการจ่ายค่าทดแทน โดยให้ศาลมีดุลยพินิจในการยกเว้นการจ่ายค่าทดแทนให้แก่จำเลยจากการรื้อฟื้นคดีอาญา ในกรณีที่กระบวนการยุติธรรมที่ผิดพลาดนั้น มีสาเหตุเกิดจากจำเลยมีส่วนทำให้กระบวนพิจารณาผิดพลาด เว้นแต่กรณีที่จำเลยถูกบังคับโดยตรงหรือโดยปริยายเพื่อให้รับสารภาพในความผิด 3) พระราชบัญญัตินี้ไม่ได้กำหนดให้มีการเยียวยาทางจิตใจให้แก่จำเลย แตกต่างจากในกฎหมายต่างประเทศ ดังนั้นเพื่อให้จำเลยซึ่งได้รับความเสียหายจากการดำเนินกระบวนการยุติธรรมทางอาญาที่ผิดพลาดได้รับการเยียวยาที่ครบถ้วนและเหมาะสม เนื่องจากการที่บุคคลหนึ่งบุคคลใดต้องตกเป็นจำเลยในคดีอาญานั้น แม้ภายหลังศาลจะมีคำพิพากษาว่าจำเลยมิได้เป็นผู้กระทำผิด แต่ความเสียหายทางด้านชื่อเสียง ความทุกข์ทรมาณ ความเสียหายทางด้านจิตใจที่ได้รับการตราหน้าจากสังคมทั้งๆ ที่ตนเป็นผู้บริสุทธิ์ตลอดระยะเวลาที่ตกเป็นจำเลยหรือจากการที่ถูกบังคับโทษต่างๆ นั้นเป็นความเสียหายที่มีผลกระทบอย่างมากต่อจำเลย การเยียวยาด้วยตัวเงินเพียงอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอ ผู้เขียนจึงเห็นว่าควรกำหนดให้มีการเยียวยาทางจิตใจให้แก่จำเลยด้วยการประกาศโฆษณาพิพากษาในราชกิจจานุเบกษา และหนังสือพิมพ์4) พระราชบัญญัตินี้กำหนดให้ศาลเป็นองค์กรเดียวที่ทำหน้าที่กำหนดค่าทดแทนให้แก่จำเลย แต่ผู้เขียนเห็นว่า การกำหนดให้คณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยบุคลากรจากหลากหลายสาขาวิชาชีพ เป็นผู้พิเคราะห์จำนวนค่าทดแทนความเสียหายเป็นตัวเงินจะเป็นประโยชน์ต่อจำเลยผู้ได้รับความเสียหายมากกว่า เนื่องจากการพิเคราะห์ประเภทของความเสียหาย จำนวนค่าเสียหายให้แก่จำเลย ควรให้คณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยบุคลากรจากหลากหลายสาขาวิชาชีพ เป็นผู้พิเคราะห์ เนื่องจากลักษณะและความหลากหลายของความรู้ความสามารถของคณะกรรมการซึ่งมาจากหลากหลายสาขาอาชีพนั้น มีความสำคัญในการพิเคราะห์ประเภทของความเสียหาย และจำนวนค่าเสียหาย เพื่อให้เหมาะสมกับความเสียหายที่จำเลยในคดีอาญาแต่ละคนได้รับ ส่วนการพิเคราะห์ว่าจำเลยควรมีสิทธิได้รับค่าทดแทนตามกฎหมายหรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาเอาจากข้อเท็จจริง และพฤติการณ์ต่างๆ ที่ปรากฏในคดีความ หรือต้องอาศัยการใช้การตีความเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกฎหมายเป็นสำคัญ จึงควรให้ศาลผู้พิจารณาพิพากษาคดีเป็นผู้วินิจฉัย5) พระราชบัญญัตินี้กำหนดให้ศาลสั่งให้รัฐจ่ายค่าทดแทนให้แก่จำเลยที่ได้รับความเสียหาย ภายหลังจากที่ได้มีการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่แล้ว แต่ยังไม่มีกองทุนที่จะเข้ามาเยียวยาจำเลย และไม่ได้กำหนดให้รัฐเข้ารับช่วงสิทธิจากจำเลยเพื่อไปไล่เบี้ยกับผู้กระทำความผิดที่แท้จริงที่เป็นผู้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่จำเลย ผู้เขียนจึงเห็นว่าควรขยายบทบาทกองทุนยุติธรรมในส่วนของการช่วยเหลือผู้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือผู้ได้รับผลกระทบจากการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนเพื่อให้ครอบคลุมถึงการจ่ายค่าทดแทนให้แก่จำเลยจากการรื้อฟื้นคดีอาญานี้ และให้กองทุนยุติธรรมเข้ารับช่วงสิทธิของจำเลย เพื่อเรียกค่าเสียหายจากบุคคลผู้กระทำความผิดที่แท้จริงที่เป็นผู้ก่อให้เกิดความเสียหาย |