|
ความหมายของการกระทำอนาจารตามประมวลกฎหมายอาญา |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | ความหมายของการกระทำอนาจารตามประมวลกฎหมายอาญา |
| Creator | วิวรรณ เพชรรัตน์ |
| Contributor | ปกป้อง ศรีสนิท, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2561 |
| Keyword | การตีความกฎหมาย, การกระทำอนาจาร, การแอบถ่าย, Interpretation of law, Sexual assault, Voyeurism, Upskirting |
| Abstract | การตีความกฎหมายอาญา มีหลักว่าจะต้องเป็นการตีความโดยเคร่งครัด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า กฎหมายอาญานั้นจะต้องตีความตามตัวอักษรโดยไม่สามารถที่จะตีความเป็นอื่นได้เลย การตีความกฎหมายอาญาสามารถมีได้ เพราะ รูปแบบของการกระทำความผิดมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาแต่ในการบัญญัติกฎหมายนั้นผู้ร่างกฎหมายไม่สามารถบัญญัติให้ครอบคลุมทุกการกระทำความผิดได้ ในการใช้กฎหมายเพื่อลงโทษผู้กระทำความผิดจึงจะต้องใช้การตีความกฎหมายเข้ามาช่วย เพื่อให้สามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากแต่การตีความดังกล่าวนั้นจะต้องไม่เป็นการตีความขยายความบทบัญญัติของกฎหมายจนเกินกว่าขอบเขตที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นๆ อันเป็นการกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลความผิดเกี่ยวกับเพศ ถือว่าเป็นการกระทำความผิดที่เกิดขึ้นในสังคมมนุษย์มาอย่างช้านาน ซึ่งการกระทำอนาจารก็ถือเป็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศอย่างหนึ่งที่มีการบัญญัติความผิดไว่ในประมวลกฎหมายอาญาของทั้งในประเทศไทย และในต่างประเทศ ซึ่งโดยหลักแล้วการกระทำอนาจาร คือ การกระทำที่ไม่สมควรในทางเพศที่กระทำต่อเนื้อตัวร่างกายของบุคคลอื่น แต่คำพิพากษาฎีกาที่ 12938/2558 ได้ตัดสินว่าการแอบถ่ายใต้กระโปรงโดยที่ผู้กระทำความผิดไม่ได้มีการสัมผัสผู้ถูกกระทำเป็นความผิดฐานกระทำอนาจารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 ทำให้เกิดปัญหาว่าการกระทำอนาจารควรจะมีความหมายและของเขตอย่างไรจากการศึกษาพบว่า การกระทำที่จะเป็นความผิดฐานกระทำอนาจารได้นั้น ไม่ว่าจะเป็นการกระทำตามบทบัญญัติของกฎหมายของประเทศเยอรมนี ประเทศอังกฤษ ประเทศออสเตรเลีย ประเทศแคนาดา หรือแม้แต่ตามกฎหมายไทยก็ตาม จะต้องเป็นการกระทำที่มีลักษณะเป็นการกระทำที่มีการสัมผัสกับเนื้อตัวร่างกายของผู้ถูกกระทำ หรืออาจจะเป็นการที่ผู้กระทำบังคับให้ผู้ถูกกระทำกระทำต่อเนื้อตัวร่างกายของผู้กระทำความผิดได้ หรือแม้แต่เป็นการกระทำผ่านเสื้อผ้าก็สามารถเป็นความผิดฐานกระทำอนาจารได้แล้ววิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงขอเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าว คือการแก้ไขบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดฐานกระทำอนาจาร โดยการบัญญัติขอบเขตของการกระทำที่จะเป็นความผิดให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ว่าการกระทำที่จะเป็นความผิดฐานกระทำอนาจารได้นั้น จะต้องเป็นการกระทำที่ไม่สมควรในทางเพศที่ต้องมีการสัมผัส เนื้อตัวร่างกายของผู้เสียหาย ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัสโดยตรง หรือเป็นการสัมผัสผ่านเสื้อผ้าก็ตาม หากการกระทำใดที่ไม่มีการสัมผัสเนื้อตัวร่างกายของผู้เสียหาย แม้ในความรู้สึกของปัจเจกชนจะรู้สึกว่าการกระทำดังกล่าว เช่น การแอบถ่าย เป็นต้น เป็นการกระทำที่มีลักษณะเป็นการกระทำอนาจารก็ตาม ก็ไม่ควรจะเป็นความผิดฐานกระทำอนาจารควรจะบัญญัติเป็นฐานความผิดใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับหลักพื้นฐานของกฎหมายอาญา |