|
ปัญหาการบริหารกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | ปัญหาการบริหารกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา |
| Creator | กรรณิกา โตสวน |
| Contributor | ต่อพงษ์ กิตติยานุพงศ์, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2561 |
| Keyword | การบริหารกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา, ความสำคัญของกองทุน, การติดตามหนี้, Management of student loan fund, Importance of the fund, Debt tracking |
| Abstract | การศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาแนวทางการบริหารจัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาและปัญหาในการดำเนินการของกองทุนตามมาตรการทางกฎหมาย ได้แก่ พระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2541 ระเบียบคณะกรรมการกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ว่าด้วยการชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนฯ พ.ศ. 2542 และประกาศคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเป็นผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์และคุณสมบัติของผู้กู้ยืมเงิน (ฉบับที่ 1 – 3) เป็นต้น ตลอดจนเปรียบเทียบถึงกฎหมายไทยและกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาของประเทศ ๆ เพื่อนำจุดเด่นของแต่ละประเทศมาเสนอ แนะแนวทางการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายไทยให้มีความเหมาะสมมากขึ้น ผลการศึกษาโดยมุ่งเน้นนโยบายการบริหารจัดการเงินของกองทุนใน 5 ประเด็น พบว่า ด้านการบริหารจัดการเงินของกองทุนฯ ยังไม่มีบทบัญญัติเพื่อมอบหมายอำนาจหรือหน้าที่ไว้อย่างชัดเจน การประสานงานปฏิบัติในลักษณะการขอความร่วมมือจนถูกมองข้ามและไม่มีความเอาใจใส่ ด้านสัญญาการกู้ยืมเงินยังปรากฏถึงความสับสนในการตีความเกี่ยวกับสัญญากู้ยืมเงินของกองทุนฯ ว่า เป็นสัญญาทางปกครองหรือสัญญาทางแพ่ง และสัญญากู้ยืมเงินที่กองทุนฯ กำหนดไว้เป็นมาตรฐานได้เปรียบคู่สัญญาที่เป็นเอกชนได้ อันจะทำให้เกิดความขัดแย้งกับหลักกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิและเสรีภาพได้ ด้านผู้กู้ยืมเงินที่กำหนดคุณสมบัติแบบเจาะจงและมุ่งเน้นไปที่ตัวผู้กู้ยืมและระดับรายได้ของครอบครัวมากเกินไป โดยมองข้ามตัวแปรสำคัญอื่น ๆ ที่มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และด้านการผ่อนผันที่ทำให้เกิดการล่าช้าในการติดตามการชำระหนี้ อันจะส่งผลต่อปริมาณหนี้ค้างชำระและหนี้สูญเป็นจำนวนมาก อีกทั้งผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์แต่มีความต้องการการศึกษาในระดับที่สูงขึ้นอย่างแท้จริงจะต้องสูญเสียโอกาสทางการศึกษาไป เนื่องจากเงินกองทุนหมุนเวียนของกองทุนฯ ไม่เพียงพอ ซึ่งมีความแตกต่างจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาในต่างประเทศ ที่มีความจริงใจในการสนับสนุนด้านการศึกษาด้วยการให้ทุนการศึกษาแบบให้เปล่า ซึ่งไม่มีการกำหนดบทลงโทษสำหรับการผิดนัดชำระหนี้ และมีการสำรองงบประมาณเพื่อส่งเสริมการศึกษาของพลเมืองในประเทศ ในขณะที่มีการกำหนดให้สรรพากรมีหน้าที่รับผิดชอบด้านฐานข้อมูลของผู้กู้ยืมเงินและทำการติดตามชำระหนี้ โดยการชำระหนี้ให้เป็นไปตามความสามารถของรายบุคคล ซึ่งรัฐบาลสามารถตรวจสอบและควบคุมผ่านระบบเครือข่ายที่วางไว้ได้เป็นอย่างดี โดยนักศึกษาได้นำผลการวิเคราะห์มาเสนอข้อแนะนำในการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายให้สามารถนำไปบังคับให้บริหารกองทุนฯ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น |