การนำนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของกระทรวงมหาดไทยไปปฏิบัติ: การแก้ไขปัญหาและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายไปปฏิบัติ
รหัสดีโอไอ
Title การนำนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของกระทรวงมหาดไทยไปปฏิบัติ: การแก้ไขปัญหาและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายไปปฏิบัติ
Creator จิตราภรณ์ ศรีลาฤทธิ์
Contributor ภาคภูมิ ฤกขะเมธ, ที่ปรึกษา
Publisher มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Publication Year 2561
Keyword การป้องกันยาเสพติด, ศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด, กระทรวงมหาดไทย, Drug prevention, Narcotics Control and Command Center, Ministry of Interior
Abstract การศึกษา เรื่อง “การนำนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของกระทรวงมหาดไทยไปปฏิบัติ : การแก้ไขปัญหาและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายไปปฏิบัติ ” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงปัญหาและอุปสรรคในการนำนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของกระทรวงมหาดไทยไปปฏิบัติ ภายใต้ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อเอาชนะยาเสพติดกระทรวงมหาดไทย เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาและอุปสรรคในการนำนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของกระทรวงมหาดไทยไปปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมและเกิดประสิทธิภาพสูงสุดจากการศึกษาพบว่า ปัญหาในการนำนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของกระทรวงมหาดไทยไปปฏิบัติ สรุปได้ดังนี้ 1) ปัญหาด้านโครงสร้าง ด้วยโครงสร้างองค์การมีหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องหลายภาคส่วน โดยกำหนดกรอบแผนงานจากส่วนกลางทำให้นโยบายดังกล่าว ไม่สอดคล้องกับภารกิจหลักของกรมที่ได้รับมอบหมาย เมื่อนำนโยบายปฏิบัติงานจริง พบว่าการทำงานอยู่ในรูปแบบ ระบบราชการ และต่างมุ่งปฏิบัติตามเป้าหมายของหน่วยงานตน เนื่องจากมีงานหลักอยู่แล้ว เกิดการทำงานไปตามหน้าที่เท่านั้น อีกทั้ง เจ้าหน้าที่มีการโยกย้าย สลับสับเปลี่ยน อยู่บ่อยครั้ง จึงขาดเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ความชำนาญในงานด้านยาเสพติด ทำให้ไม่มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับลักษณะงานจริงที่เปลี่ยนแปลงไป และยังขาดกลไกเชื่อมโยงประสานให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ทำให้ไม่เกิดการบูรณาการตามที่คาดหวัง 2) ปัญหาด้านการแบ่งอำนาจหน้าที่ในทางปฏิบัติ พบว่าการแต่งตั้งคณะทำงานมอบหมายหน้าที่โดยใช้อำนาจผู้บังคับบัญชาพิจารณาคัดเลือก ทำให้การได้มาของเจ้าหน้าที่บางส่วนไม่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และยังไม่มีคณะกรรมการส่วนกลางตรวจติดตามประเมินผล รวมถึงไม่มีตัวชี้วัดในการประเมินผลงานอย่างเป็นรูปธรรม 3) ปัญหาด้านสมรรถนะยังขาดทรัพยากรอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ งบประมาณ และขาดเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านยาเสพติด รวมถึงขาดสถานที่ที่เหมาะสม จึงทำให้การจัดกิจกรรม และการดำเนินการต่าง ๆ ทำเท่าที่ทำได้ 4) ปัญหาด้านความร่วมมือ เนื่องจากบางส่วนมองว่างานด้านยาเสพติดมีความอันตรายทำให้ไม่กล้าให้ข้อมูล และเห็นว่าไม่มีผลได้ผลเสียโดยตรงในการปฏิบัติ จึงไม่มีแรงผลักดันให้เกิดความร่วมมืออย่างจริงจัง จากการศึกษาครั้งนี้ ผู้ศึกษาจึงมีข้อเสนอแนะว่า 1) ควรปรับกระบวนการทำงานจากรูปแบบระบบราชการเป็นรูปแบบการบูรณาการผสานเชื่อมโยงให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมกันทำงานเป็นทีมโดยยึดหลักธรรมาภิบาล (Good Governance) มาบริหารจัดการในการดำเนินงานจะมีการใช้ทรัพยากรอย่างเป็นระบบ รวมถึงการนำเทคโนโลยีสารสนเทศ และนำนวัตกรรมใหม่ ๆ มาใช้ปรับระบบการทำงานให้ทันสมัย ทันต่อเหตุการณ์ ผ่านระบบออนไลน์เป็นการลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน 2) ควรมีการคัดเลือกเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านยาเสพติดด้วยการทดสอบทักษะเฉพาะด้านในระดับสากล และต้องมีการแต่งตั้งคณะกรรมการกลางที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในการติดตามตรวจสอบประเมินผลในระดับสากลโดยยึดผลสัมฤทธิ์ของงานเป็นตัวชี้วัด 3) ต้องมีการประชุมปรึกษาหารือวางแผนและแลกเปลี่ยนทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดร่วมกันในบางกิจกรรมโดยตั้งงบกลางในการบำรุงรักษา และจัดกิจกรรมอบรมเพิ่มทักษะให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติจากผู้เชี่ยวชาญ และสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ 4) สร้างภาคีเครือข่ายระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน มีกลไกเชื่อมโยงประสานงานโดยการทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) เป็นข้อตกลงความร่วมมือกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้เสริมสร้างความมั่นคงและยั่งยืนของภาคีเครือข่ายสื่อสารกันผ่านระบบออนไลน์ เช่น จัดทำเว็บไซต์รับ – ส่งข้อมูลข่าวสารประชาสัมพันธ์รายงานผลและแจ้งเบาะแส โดยมีระบบความปลอดภัยคุ้มครองผู้แจ้งเหตุ รวมถึงมอบรางวัลให้เป็นขวัญกำลังใจเป็นการกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือผลักดันให้การดำเนินงานประสบผลสำเร็จ
Thammasat University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ