|
การเปรียบเทียบความคิดทางการเมืองของบุคลากรมหาวิทยาลัยมหิดล |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การเปรียบเทียบความคิดทางการเมืองของบุคลากรมหาวิทยาลัยมหิดล |
| Creator | วรพล สมานันตกุล |
| Contributor | อรรถสิทธิ์ พานแก้ว, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2561 |
| Keyword | ความเชื่อมั่น, ความรู้ความเข้าใจ, ความพึงพอใจ, ระบอบประชาธิปไตย, การเปรียบเทียบความคิดทางการเมือง, Confidence, Knowledge and understanding, Satisfaction, Democracy, Comparison of political idea |
| Abstract | การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับความคิดทางการเมืองแบบประชาธิปไตยและเปรียบเทียบความคิดทางการเมืองแบบประชาธิปไตยของบุคลากร มหาวิทยาลัยมหิดล จำแนกตามคณะ/ส่วนงานที่สังกัด 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ กลุ่มวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกลุ่มมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ จำนวน 380 คน ซึ่งได้จากการสุ่มแบบแบ่งชั้น (Stratified Random Sampling) วิเคราะห์ปัจจัยทางด้านความคิดทางการเมืองแบบประชาธิปไตยของบุคลากรมหาวิทยาลัยมหิดล ได้แก่ ด้านความเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย ด้านความรู้ความเข้าใจในระบอบประชาธิปไตย และด้านความพึงพอใจในระบอบประชาธิปไตย สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเปรียบเทียบผลการศึกษาระดับความคิดทางการเมืองแบบประชาธิปไตยและเปรียบเทียบความคิดทางการเมืองแบบประชาธิปไตยของบุคลากรมหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า 1. ระดับความคิดทางการเมืองแบบประชาธิปไตยในองค์กรของบุคลากร มหาวิทยาลัยมหิดล โดยภาพรวมบุคลากรเห็นด้วยอย่างยิ่ง โดยด้านความเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย ทีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด บุคลากรมีความเห็นด้วยอย่างยิ่งทางการเมืองแบบประชาธิปไตย รองลงมา คือด้านความรู้ความเข้าใจในระบอบประชาธิปไตย และด้านความพึงพอใจในระบอบประชาธิปไตย ตามลำดับ2. ระดับแนวคิดทางการเมืองแบบประชาธิปไตยของบุคลากร มหาวิทยาลัยมหิดล รายด้าน ประกอบด้วย ด้านความเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย ด้านความรู้ความเข้าใจในระบอบประชาธิปไตย และด้านความพึงพอใจในระบอบประชาธิปไตย ผลการวิเคราะห์ ดังนี้ 2.1 ด้านความเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย โดยรวมมีความเห็นด้วยอย่างยิ่ง ถ้าพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า บุคลากรเห็นว่า ทุกคนควรยอมรับและปฏิบัติตามมติของคนส่วนใหญ่และเสียงข้างมากในสังคม มีความเห็นสูงกว่าทุกข้อ รองลงมา คือถ้ามีผู้นำทางการเมืองที่มีคุณธรรมสูง เราควรปล่อยให้เขาตัดสินใจทุกอย่าง และทหารหรือกองทัพควรเข้ามาปกครองประเทศเมื่อมีปัญหาวุ่นวายทางการเมือง มีการความเห็นต่ำกว่าทุกข้อ 2.2 ด้านความรู้ความเข้าใจในระบอบประชาธิปไตย โดยรวมมีความเห็นด้วยอย่างยิ่ง ถ้าพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า บุคลากรเห็นว่า คนที่มีการศึกษาน้อยหรือไม่มีการศึกษาควรมีสิทธิพูดเรื่องการเมืองได้มากเท่าคนที่มีการศึกษาสูง มีความเห็นสูงกว่าทุกข้อ รองลงมา คือถ้าประชาชนมีความคิดเห็นแตกต่างกันมาก สังคมก็จะมีความวุ่นวาย และสนใจและติดตามข่าวการอภิปรายหาเสียงของกลุ่มการเมือง มีการความเห็นต่ำกว่าทุกข้อ 2.3 ด้านความพึงพอใจในระบอบประชาธิปไตย โดยรวมมีความเห็นด้วย ถ้าพิจารณา เป็นรายข้อ พบว่า บุคลากรเห็นว่า ผู้หญิงควรจะมีส่วนร่วมทางการเมืองเท่ากับผู้ชาย มีความเห็นสูงกว่าทุกข้อ รองลงมา คือชื่นชอบรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตยแม้จะมีความเสี่ยงต่อความมั่นคง และควรยกเลิกการเลือกตั้งและรัฐสภา และให้ผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ตัดสินใจแทนประชาชน มีการความเห็นต่ำกว่าทุกข้อ 3. การเปรียบเทียบแนวคิดทางการเมืองแบบประชาธิปไตยของบุคลากร มหาวิทยาลัยมหิดล จำแนกตามคณะ/ส่วนงาน 3 กลุ่มสาขาวิชา ได้แก่ กลุ่มสาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ กลุ่มสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกลุ่มสาขาวิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ พบว่า บุคลากร มหาวิทยาลัยมหิดล ที่มีคณะ/ส่วนงานที่สังกัดแตกต่างมีแนวคิดทางการเมืองแบบประชาธิปไตยไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 พบว่า 3.1 บุคลากรกลุ่มสาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพแนวคิดทางการเมืองแบบประชาธิปไตยมากกว่าบุคลากรสังกัดกลุ่มสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 3.2 บุคลากรกลุ่มสาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพแนวคิดทางการเมืองแบบประชาธิปไตยมากกว่าบุคลากรสังกัดกลุ่มสาขาวิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ |