|
อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ: ศึกษาเปรียบเทียบบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 2550 และ 2560 |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ: ศึกษาเปรียบเทียบบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 2550 และ 2560 |
| Creator | พงศพัศ พงษจิตเวชกุล |
| Contributor | วรรณภา ติระสังขะ, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2561 |
| Keyword | การคอร์รัปชั่น, คู่สมรส, นักการเมือง, Corruption, Spouse, Congressman |
| Abstract | การศึกษาเรื่อง อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ศึกษาเปรียบเทียบบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 2550 และ 2560 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ได้บัญญัติให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญมีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ได้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และเจ้าหน้าที่ของรัฐ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต หรือกฎหมาย ป.ป.ช. ให้กำหนดบทบาทของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 โดยให้มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินและเจ้าหน้าที่ของรัฐ การดำเนินคดีอาญากับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระหรือผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เจ้าหน้าที่ของรัฐผลการศึกษาพบว่า การทำหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เจ้าหน้าที่ของรัฐ พบว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 สามารถดำเนินคดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ถ้าเป็นกรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงให้เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัยได้โดยตรงและหากเป็นกรณีอื่นให้ส่งสำนวนการไต่สวนไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือดำเนินการอื่นตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และจากการศึกษาผลงานสำคัญที่ผ่านมาของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 พบว่ามีปัญหา อุปสรรค และข้อขัดข้องในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการแห่งราชอาณาจักรไทย ป.ป.ช. โดยภาคประชาชน พบว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่มีสายสัมพันธ์กับคณะกรรมการ ป.ป.ช. การไต่สวนตรวจสอบเป็นไปอย่างล่าช้า จนไม่สามารถตรวจพบการกระทำผิดและดำเนินคดีเอาผิดกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ ซึ่งตรงข้ามกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับรัฐหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ไม่มีสายสัมพันธ์กับคณะกรรมการ ป.ป.ช. การไต่สวนตรวจสอบการกระทำผิดเป็นไปอย่างรวดเร็วใช้เวลาไม่นานก็ดำเนินคดีฟ้องร้องต่อศาลฎีกา กรณีในเรื่องการไต่สวนการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ หากคณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่าควรยุติเรื่องข้อกล่าวหาไม่มีมูล ก็ควรจะส่งเรื่องให้ศาลฎีกาซึ่งเป็นองค์กรอิสระด้านยุติธรรมที่ดีที่สุดตรวจสอบไต่สวน คล้ายกับอัยการที่คอยตรวจสอบจากพนักงานสอบสวนซึ่งเป็นระบบถ่วงดุลอำนาจการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ (Check and Balance) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือคณะกรรมการ ป.ป.ช.เป็นองค์กร ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ได้จัดตั้งขึ้นมากกว่า 20 ปี แล้วเพื่อทำหน้าที่ในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ โดยเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและกลไกในการตรวจสอบ จากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบในวงราชการ (ป.ป.ป.) ที่มีอำนาจเฉพาะการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการให้ครอบคลุมถึงองค์กรและเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกระดับ รวมตลอดถึงผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่นในรูปแบบขององค์กรที่มีความเป็นกลาง เป็นอิสระและมีประสิทธิภาพ แต่ในปัจจุบันได้มีข้อมูลงานวิจัยพบว่า ยังมีการทุจริตคอร์รัปชั่นอยู่มาก องค์กรคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะต้องเปลี่ยนแปลง (Change) เพื่อให้เกิดนวัตกรรม (Innovation) ที่มีมูลค่าขึ้นมาเพื่อส่วนรวม เพื่อประเทศชาติ เพื่อลูกหลานไทยในอนาคตโดยต้องทำงานแบบตรงไปตรงมาต้องไม่มีผลประโยชน์ส่วนตัว พวกพ้อง พรรคพวก เพื่อให้การทุจริตคอร์รัปชั่นหมดไปจากประเทศไทย และจากงานวิจัยพบว่าประเทศไทยมีคณะปฏิวัติรัฐประหารมากที่สุด แต่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ไม่สามารถตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินของหัวหน้าคณะปฏิบัติรัฐประหารได้เกิดกรณีร่ำรวยผิดปกติ มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากที่สุดมากกว่าการทุจริตของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ |