|
ปัญหาอุปสรรคและแนวทางการปรับปรุงกระบวนการสอบสวนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 ของพนักงานสอบสวนในกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | ปัญหาอุปสรรคและแนวทางการปรับปรุงกระบวนการสอบสวนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 ของพนักงานสอบสวนในกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 |
| Creator | ทิวาพร รุ่งโรจน์ |
| Contributor | วรรณภา ติระสังขะ, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2561 |
| Keyword | กระบวนการสอบสวน, กองบังคับการตำรวจนครบาล 2, Investigation process, Metropolitan Police Division 2 |
| Abstract | การค้นคว้าอิสระฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการสอบสวนคดีความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 ของพนักงานสอบสวน เพื่อที่จะได้ทราบถึงปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในกระบวนการสอบสวนคดีความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 และเพื่อนำไปสู่การศึกษาแนวทางในการปรับปรุงกระบวนการสอบสวนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 ให้สามารถบังคับใช้ตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อตอบสนองเป้าหมายและพันธกิจของกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 ที่ต้องการบังคับใช้กฎหมายให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับนั้น ๆ และตั้งใจให้บริการประชาชนด้วยความยุติธรรมและเสมอภาครวมถึงต้องการให้บุคลากรสามารถปฏิบัติภารกิจ และช่วยเหลือประชาชนได้อย่างเต็มความสามารถ การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยทำการรวบรวมข้อมูลจากการศึกษาข้อมูลเอกสาร (Documentary Research) และการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth interview)จากการศึกษาพบว่าปัญหาและอุปสรรคที่ด้านความรู้ความเข้าใจในกระบวนการสอบสวนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 นั้น เกิดจากตัวพนักงานสอบสวนเป็นหลัก เนื่องจากพนักงานสอบสวนส่วนใหญ่ไม่มีความรู้ความเข้าใจในเจตนารมณ์ที่แท้จริงของพระราชบัญญัติฯ ทั้งยังขาดประสบการณ์ และขาดความชำนาญในการสอบสวนตามพระราชบัญญัติดังกล่าว ในส่วนของปัญหาและอุปสรรคด้านความสำคัญในกระบวนการสอบสวนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 นั้น เกิดจากตัวผู้บริหารเป็นหลัก เนื่องจากผู้บริหารระดับสูงหรือผู้บังคับบัญชาไม่ได้ให้ความสำคัญกับนโยบายในการดำเนินการตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 เท่าที่ควร ทั้งนี้ ในส่วนของปัญหาและอุปสรรคด้านความร่วมมือหรือประสานงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 นั้น พบว่า ความยุ่งยากและความล่าช้าในการติดต่อประสานงาน เป็นปัญหาหลักในกระบวนการสอบสวนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 อีกทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในเรื่องนี้ นอกจากนี้ยังพบปัญหาและอุปสรรคในกระบวนการสอบสวนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 เรื่องอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่เกิดจากตัวผู้เสียหายเองที่ไม่ให้ความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดสำนวนค้างขึ้น ปัญหาในเรื่องของระยะเวลาในการสอบสวน อีกทั้งยังพบปัญหาการขาดแคลนเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะพนักงานสอบสวนหญิง และพบปัญหางานล้นมือของเจ้าหน้าที่อีกด้วย ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะว่า ควรกำหนดให้มีกฎหมาย หรือระเบียบ คำสั่ง ที่รับรองความเป็นอิสระของพนักงานสอบสวน ในการให้อำนาจการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 และควรกระจายอำนาจการสอบสวนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 ไปให้หน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ อีกทั้งควรส่งเสริมการทำงานแบบบูรณาการระหว่างพนักงานสอบสวนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดอัตรากำลังพลด้านบุคลากร และงบประมาณที่เพียงพอและสอดคล้องกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงในการปฏิบัติงานของพนักงานสอบสวนและเพิ่มศักยภาพในการทำงานของพนักงานสอบสวนให้มีความเชี่ยวชาญด้านพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 นอกจากนี้พนักงานสอบสวนในกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 ส่วนใหญ่ขาดความรู้ความเข้าใจ และขาดประสบการณ์ในกระบวนการสอบสวนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาจำเป็นต้องผลักดันให้พนักงานสอบสวนทุกสถานีมีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องของพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 มากยิ่งขึ้น และควรผลักดันให้ทุกสถานีมีพนักงานสอบสวนหญิง เนื่องจากพนักงานสอบสวนหญิงจะใส่ใจและให้ความสำคัญกับพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 อีกทั้งพนักงานสอบสวนหญิงอาจทำให้ผู้ถูกกระทำสบายใจที่จะให้ปากคำมากกว่า และมีความมั่นใจในกระบวนการสอบสวนมากยิ่งขึ้นได้ ในด้านการติดต่อประสานงานและการให้ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานควรบูรณาการทุกภาคส่วนให้ตระหนักถึงปัญหาในส่วนนี้ และหันมาร่วมมือกันในการหามาตรการในการแก้ไขปัญหาในส่วนนี้มากขึ้น |