|
ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงานเก็บขยะของเทศบาลในจังหวัดพิษณุโลก |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงานเก็บขยะของเทศบาลในจังหวัดพิษณุโลก |
| Creator | ชญาดา พูลศรี |
| Contributor | เพ็ญศรี วัจฉละญาณ, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2561 |
| Keyword | ภาวะสุขภาพ, พฤติกรรมสุขภาพ, พนักงานเก็บขยะ, Health status, Health behavior, Garbage collector |
| Abstract | การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการจัดการด้านสุขภาพ ความปลอดภัยสำหรับพนักงานเก็บขยะของเทศบาลนคร เทศบาลเมืองและเทศบาลตำบล รวมทั้งศึกษาภาวะสุขภาพพฤติกรรมสุขภาพและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงานเก็บขยะของเทศบาลแต่ละขนาดในจังหวัดพิษณุโลก เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้การสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้องได้แก่ ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมหรือหัวหน้างานส่วนสาธารณสุขของเทศบาลและพนักงานเก็บขยะของเทศบาล จำนวน 11 แห่ง วิเคราะห์ข้อมูลโดยวิธีการเคราะห์ เชิงเนื้อหา สถิติเชิงพรรณนาและสถิติค่าไค-สแควร์ผลการศึกษาพบว่า เทศบาลนคร เทศบาลเมืองและเทศบาลตำบล ยังไม่มีการกำหนดนโยบายด้านสุขภาพ ความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมในการทำงานและไม่มีการแต่งตั้งบุคคลหรือคณะทำงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของหน่วยงาน อย่างไรก็ตามเทศบาลส่วนใหญ่มีแผนงานและการดำเนินงานกิจกรรมด้านสุขภาพและความปลอดภัย เช่น การตรวจสุขภาพเบื้องต้น การสนับสนุนอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล แต่ไม่มีการติดตามประเมินผลอย่างชัดเจน ไม่มีระบบการจัดการด้านสุขภาพของพนักงานเก็บขยะ รวมถึงไม่มีการเก็บข้อมูลสุขภาพและการบาดเจ็บหรืออุบัติเหตุจากการทำงานของบุคลากรในหน่วยงานในส่วนของภาวะสุขภาพนั้น พบว่า พนักงานเก็บขยะส่วนใหญ่ไม่มีโรคประจำตัว แต่มีค่าดัชนีมวลกายมากกว่าปกติ มีอาการเจ็บป่วยจากการทำงานมากที่สุดคือ อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ด้านพฤติกรรมสุขภาพพบว่า พนักงานเก็บขยะของเทศบาลนครมีระดับพฤติกรรมสุขภาพโดยรวมไม่เหมาะสม ร้อยละ 57.2 โดยมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่หมาะสม ได้แก่ การสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มชูกำลัง ร้อยละ 52.8 และ 42.8 ตามลำดับ ในขณะที่พนักงานเก็บขยะของเทศบาลเมืองและเทศบาลตำบลมีระดับพฤติกรรมสุขภาพโดยรวมเหมาะสมมากกว่าที่ร้อยละ 53.8 และ 64.5 ตามลำดับเมื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมสุขภาพและความปลอดภัย พบว่า มีความแตกต่างกันในแต่ละขนาดของเทศบาล โดยในส่วนของเทศบาลนคร ความรู้ด้านการป้องกันโรค การได้รับอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลและการได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนร่วมงาน มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ในขณะที่ในส่วนของเทศบาลเมือง พบว่า การได้รับการอบรมให้ความรู้ด้านสุขภาพมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) และสำหรับเทศบาลตำบล การได้รับข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ดังนั้น เทศบาลต่าง ๆ ควรจัดให้มีการดำเนินงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานปี พ.ศ. 2554 เพื่อให้พนักงานเก็บขยะได้รับการดูแลเฝ้าระวังสุขภาพและความปลอดภัยอย่างเหมาะสม |