|
ผลของการฝึกสติต่อพฤติกรรมสุขภาพและคุณภาพชีวิตในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | ผลของการฝึกสติต่อพฤติกรรมสุขภาพและคุณภาพชีวิตในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง |
| Creator | พานทิพย์ แสงประเสริฐ |
| Contributor | ศรีเมือง พลังฤทธิ์, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2561 |
| Keyword | การฝึกสติ, พฤติกรรมสุขภาพ, การสร้างเสริมสุขภาพ, คุณภาพชีวิต, การับรู้ความสามารถ, ความดันโลหิตสูง, Mindfulness practice, Health behavior, Health promotion, Quality of life, Self-efficacy, Hypertension |
| Abstract | การฝึกสติช่วยสร้างเสริมสุขภาพจิต จากกระบวนการทำงานของจิตใจเกิดความตระหนักและการยอมรับต่อประสบการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในร่างกายและจิตใจตามความเป็นจริงในปัจจุบัน เชื่อมโยงจิตใจให้เกิดความสงบสุข และผ่อนคลาย อันส่งผลต่อการปฏิบัติพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ และคุณภาพชีวิตในองค์รวมของร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมภายใต้บริบทของสิ่งแวดล้อม จึงควรนำการฝึกสติมาใช้ในการปรับพฤติกรรมในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงซึ่งพบมาก และตายจากภาวะแทรกซ้อนของโรค อัตราตายเป็นอันดับต้นระดับประเทศไทยและระดับโลก การวิจัยเชิงกึ่งทดลองนี้มีวัตถุประสงค์ทั่วไปเพื่อศึกษาผลของการฝึกสติต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพและคุณภาพชีวิตในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง มีวัตถุประสงค์เฉพาะเพื่อเปรียบเทียบ การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมการป้องกันและสร้างเสริมสุขภาพต่อโรคความดันโลหิตสูง คุณภาพชีวิต การรับรู้สติทั่วไปในชีวิตประจำวัน การรับรู้ความสามารถต่อพฤติกรรมฯ และผลลัพธ์สุขภาพกาย กลุ่มตัวอย่าง คือ ชายหรือหญิง อายุ 35-59 ปี ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นความดันโลหิตสูงไม่เกินเกรดหนึ่ง รับการรักษาโดยการับประทานยา และมารับบริการที่ศูนย์บริการสุขภาพปฐมภูมิ แบ่งเป็นกลุ่มควบคุมกับกลุ่มทดลอง ซึ่งได้รับการสุ่มแบบแบ่งชั้นและจับคู่ความคล้ายของกลุ่มเพศ อายุ ระดับการศึกษา และระยะเวลาการเจ็บป่วยเป็นความดันโลหิตสูง ทั้งกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลองได้รับบริการรักษาและสุขศึกษาปกติตามมาตรฐานของศูนย์บริการสุขภาพปฐมภูมิ ส่วนกลุ่มทดลองเพิ่มรับกิจกรรมการฝึกสติบนพื้นฐานการสุขศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรม 3 ด้านคือ อาหาร ออกกำลังกาย และอารมณ์ โดยใช้กระบวนการกลุ่มร่วมกับการฝึกปฏิบัติทักษะผ่านการเรียนรู้และเปิดใจยอมรับประสบการณ์เปลี่ยนแปลงภายในร่างกายและจิตใจของตนเอง ระยะเวลาดำเนินการ 12 สัปดาห์ รวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณด้วยแบบสอบถาม เครื่องมือวัดทางวิทยาศาสตร์ และรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการอภิปรายกลุ่มแบบเจาะจง วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณแบบ intention-to-treat ด้วยสถิติ Chi-square test, Independent simples t-test และ GLM repeated measurement ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหาผลการวิจัยพบว่าในสัปดาห์ที่ 6 และ 12 กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยโดยรวมของพฤติกรรมการป้องกันและสร้างเสริมสุขภาพต่อโรคความดันโลหิตสูง คุณภาพชีวิต การรับรู้สติทั่วไปในชีวิตประจำวัน การรับรู้ความสามารถต่อพฤติกรรมฯ เพิ่มมากขึ้นและแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับกลุ่มควบคุม นอกจากนี้ยังพบการลดลงของความดันโลหิตขณะหัวใจคลายตัวเฉลี่ย 0.9-2 มม.ปรอท อัตราการเต้นของหัวใจเฉลี่ย 2.5-6.5 ครั้งต่อนาที (สัปดาห์ที่ 6) อัตราการหายใจเฉลี่ย 5.8-8.4 ครั้งต่อนาที ซึ่งแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับกลุ่มควบคุม ส่วนค่าเฉลี่ยความดันโลหิตขณะหัวใจบีบตัว และดัชนีมวลกาย น้ำหนักร่างกาย ซึ่งไม่แตกต่างกับกลุ่มควบคุม ข้อมูลเชิงคุณภาพพบว่ากลุ่มทดลองเกิดความตระหนักและการยอมรับในความสำคัญของการดูแลสุขภาพ และสามารถควบคุมพฤติกรรมการกินอาหาร การออกกำลังกาย และอารมณ์ ได้ดีขึ้น จากผลลัพธ์พฤติกรรมสุขภาพ คุณภาพชีวิต และผลลัพธ์สุขภาพกายที่ดีขึ้น จึงควรนำกิจกรรมวิจัย ฝึกสติบนพื้นฐานการสุขศึกษา 3 ด้าน ไปพัฒนารูปแบบการจัดให้บริการในศูนย์บริการสุขภาพปฐมภูมิร่วมกับการรักษาของแพทย์แผนปัจจุบัน ในกลุ่มผู้ป่วยความดันโลหิตสูงและโรคที่เกี่ยวเนื่องกับความดันโลหิตสูง |